สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า ความเคลื่อนไหวของเวเนซุเอลา เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังกระทรวงกลาโหมสหรัฐ สั่งการให้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี ไปประจำการในทะเลแคริบเบียน นับเป็นการยกระดับแคมเปญการโจมตีเรือที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 43 ราย

“เรากำลังดำเนินการซ้อมรบที่เริ่มต้นเมื่อ 72 ชั่วโมงก่อน ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมป้องกันชายฝั่ง เพื่อปกป้องพวกเราจากภัยคุกคามทางทหารขนาดใหญ่ รวมถึงการค้ายาเสพติด ภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้าย และปฏิบัติการลับที่มุ่งทำลายเสถียรภาพภายในประเทศ” พล.อ.ปาดริโน กล่าวเพิ่มเติม

อนึ่ง ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้เพิ่มสูงขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า เขาอนุมัติปฏิบัติการของสำนักงานสอบสวนกลาง (ซีไอเอ) ในเวเนซุเอลา และกำลังพิจารณาการโจมตีภาคพื้นดินต่อแก๊งค้ายาเสพติดในประเทศ

นับตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐทำลายเรือที่ถูกกล่าวหาว่าขนยาเสพติด จำนวน 10 ลำ โดยการโจมตี 8 ครั้ง เกิดขึ้นในทะเลแคริบเบียน ขณะที่ทรัมป์กล่าวหาว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด ซึ่งมาดูโรปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น

“ซีไอเอไม่ได้อยู่ในเวเนซุเอลาเท่านั้น แต่มีอยู่ทุกหนแห่งบนโลก และพวกเขาอาจส่งหน่วยในสังกัดซีไอเอจำนวนนับไม่ถ้วน เพื่อปฏิบัติการลับจากพื้นที่หนึ่งของประเทศ แต่ความพยายามใด ๆ ก็ตามจะประสบความล้มเหลว” พล.อ.ปาดริโน กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP