“ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” (Hikiniku To Come) ร้านสเปเชียลตี้แฮมเบิร์กชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ผู้สร้างปรากฏการณ์ในประเทศไทย คิวยาวล้นทะลัก!! ด้วยการนำเสนอประสบการณ์การรับประทานแฮมเบิร์กที่แตกต่าง โดยเน้นย้ำถึง ‘ความสดใหม่’ และ ‘การใส่ใจในรายละเอียด’ ในทุกกระบวนการ สะท้อนผ่านปรัชญา 3 คอนเซปต์หลักของทางร้าน

หัวใจสำคัญของความอร่อย 3 คอนเซปต์หลักที่ไม่มีการประนีประนอม

  1. บดใหม่ : ความสดที่สัมผัสได้

ทางร้านให้ความสำคัญกับการบดเนื้อวัวใหม่ๆ สดๆ สำหรับแฮมเบิร์กแต่ละชิ้นที่กำลังจะเสิร์ฟ การบดเนื้อในลักษณะนี้ช่วยให้เนื้อแฮมเบิร์กยังคงความชุ่มฉ่ำ และมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติของเนื้อวัวได้อย่างสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เนื้อที่ได้มีความนุ่มนวล และรสชาติเข้มข้นอย่างแท้จริง ทำให้ได้รับประทานเนื้อในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ไม่มีกลิ่นค้าง หรือเนื้อสัมผัสที่แห้งกระด้าง

  1. ย่างใหม่ : การควบคุมความสุกที่แม่นยำ

แฮมเบิร์กถูกย่างอย่างพิถีพิถันบนเตาถ่านไม้ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมรมควันอันเป็นเอกลักษณ์ พนักงานที่ร้านได้ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดที่ประเทศญี่ปุ่นนานกว่า 2 เดือน เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยเฉพาะการควบคุมระดับความสุกที่เหมาะสม (โดยทั่วไปคือ Medium-Rare) จุดเด่นที่สร้างความประทับใจคือการเสิร์ฟแฮมเบิร์กที่ย่างเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ ถึงมือลูกค้าบนเตาเล็กๆ ตรงหน้า (ภายใน 1 วินาที) เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้สัมผัสรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ฉ่ำที่สุดในอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด

  1. หุงใหม่ : ข้าวญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยม

ข้าวญี่ปุ่นที่เสิร์ฟในชุดเมนูหลัก เป็นข้าวคุณภาพดีจากจังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น และถูกหุงใหม่เสมอ ข้าวมีลักษณะนุ่มเหนียวและหอมเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของข้าวญี่ปุ่นชั้นดี เมื่อรับประทานแฮมเบิร์กคู่กับข้าวร้อนๆ น้ำจากเนื้อที่ไหลซึมลงไปคลุกกับข้าว จะช่วยเสริมรสชาติโดยรวมให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น (สามารถเติมข้าวได้ไม่จำกัด)

เมนูพิเศษในช่วงนี้ “ซอสมะกอกเขียว” (Green Olive Sauce) 30.- ช่วงเวลาจำกัดวันนี้ถึง 29 พฤศจิกายน 2568 ส่วนผสมมี พาร์สลีย์ เคเปอร์ และแอนโชวี เป็นซอสที่ให้ความหอมสดชื่น มีรสชาติเปรี้ยวอมเค็มจากเคเปอร์และแอนโชวี ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มความซับซ้อน และตัดความเข้มข้นของเนื้อแฮมเบิร์ก มอบประสบการณ์แบบฟิวชั่นที่น่าสนใจ

ร้าน Hikiniku To Come มีเมนูหลักเพียงชุดแฮมเบิร์ก ราคา 590 บาท ประกอบด้วย แฮมเบิร์ก 3 ชิ้น, ข้าวญี่ปุ่นเติมไม่อั้น, ซุปมิโซะ, หัวไชเท้าขูด, และไข่ไก่ดิบเกรดทานสด วันนั้นทาง “เดลินิวส์ออนไลน์” สั่งกิมจิ และซอสมะกอกเขียว มาทานเพิ่มด้วย

โดยทางร้านมีคำแนะนำในการรับประทาน 3 ขั้นตอนหลัก เพื่อให้ลูกค้าได้รับรสชาติที่แตกต่างกัน

  • ชิ้นแรก: ทานแบบไม่ปรุงรส เพื่อสัมผัสรสชาติเนื้อแท้ๆ
  • ชิ้นที่ 2: ทานคู่กับหัวไชเท้าขูดและซอสพอนสึ เพื่อความสดชื่นและตัดรสชาติ
  • ชิ้นที่ 3: ทานคู่กับไข่ไก่ดิบ เพื่อความละมุนและเพิ่มรสชาติอูมามิ

หลังได้ลิ้มลองความอร่อยแบบจริงจังและจริงใจ ต้องขอยกนิ้วกดไลค์ให้แบบรัวๆ เอาตรงๆ แค่ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ จากอิวาเตะ ราดซอสมิโซะ ก็อร่อยไม่รู้ลืมแล้ว (ตอนเคาะแป้นคีย์บอร์ดพิมพ์ต้นฉบับอยู่นี่ ใจยังลอยไปถึงข้าวสวยร้อนๆ ราดซอสอยู่เลย) ส่วนแฮมเบิร์กนั้น ความหอม ความเกรียมนอกชุ่มช่ำใน กัดปุ๊บน้ำเนื้อที่เต็มไปด้วยรสอูมามิด้านในก็จะทะลักออกมาเต้นระบำสร้างความหรรษาในปากของเรา ทางร้านมีซอสและเครื่องปรุงรสให้เลือกสร้างสรรค์ความอร่อยได้ตามชอบใจ ไม่ว่าจะเป็นเกลือ พริกไทย ซันโช (พริกไทยญี่ปุ่น) และซอสต่างๆ โชยุ, ซอลท์เท็ดเลมอน, กาลิคชิปส์, ซอสจ่าวมา ฯ โดยเราได้ลองซอสพิเศษที่มีจำหน่ายในตอนนี้ “ซอสมะกอกเขียว” ถือเป็นซอสที่น่าลิ้มลอง แต่ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว้าว!! อะไร สั่งหรือไม่สั่งก็ได้ สุดท้ายการทานแฮมเบิร์กกับไข่ดิบ มันเพิ่มความนวลให้กับเนื้อ เป็นอีกมิติสัมผัสที่น่าสนใจมากๆ ในการรับประทาน

ใครที่ยังไม่เคยลองแฮมเบิร์กที่จริงใจของ Hikiniku To Come แนะนำแบบเต็มอัตราศึก ตอนนี้คิวไม่ได้ยาวมหาโหดขนาดนั้นแล้ว มี 2 สาขาแล้วด้วย ราคาก็ไม่ได้แพงเลย หากเทียบกับสิ่งที่ได้รับมา ราคาพอ ๆ กับไปกินบุฟเฟ่ต์ดี ๆ ระดับปานกลางหนึ่งมื้อเท่านั้นเอง รับประกันว่าอิ่มแน่นอน เพราะข้าวเติมได้ไม่อั้น แนะนำให้กินข้าวไปเลย 2-3 ถ้วย อร่อยสุด ๆ

Hikiniku To Come มี 2 สาขา CentralWorld ชั้น 7 โซน Atrium และ Central Park Bangkok ชั้น 5 (ฝั่งลิฟต์ C).