สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการสำรวจเกี่ยวกับสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในความคิดของคนอเมริกัน ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ การสำรวจนี้ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยแชปแมน รัฐแคลิฟอร์เนีย
“การสำรวจความกลัวของชาวอเมริกันประจำปี” นี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้ “ภาพรวมเชิงลึกของความกลัวที่พบมากที่สุดทั่วประเทศ” และสำรวจว่าความวิตกกังวลเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อ “ชีวิตประจำวัน การตัดสินใจ และความเป็นอยู่ทางอารมณ์” ของชาวอเมริกันได้อย่างไร
ดร.คริสโตเฟอร์ เบเดอร์ หัวหน้าคณะวิจัย และประธานและศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยแชปแมนกล่าวว่า “การทำความเข้าใจสิ่งที่เรากลัวไม่ได้เกี่ยวกับการกระตุ้นความวิตกกังวล แต่เป็นการนำความกลัวเหล่านั้นไปอยู่ในบริบทที่ถูกต้อง”
ทีมนักวิจัยได้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ชาวอเมริกันในวัยผู้ใหญ่จำนวน 1,015 คน เกี่ยวกับสิ่งกระตุ้นความกลัวทั่วไปต่างๆ ตั้งแต่สัตว์ร้ายอย่างฉลาม ความสูง ไปจนถึงการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว
ในขณะที่ความกลัวหลายอย่างดูมีเหตุมีผล แต่นักวิจัยรู้สึกว่าความกลัวอื่นๆ ถูกขยายให้เกินจริงโดยอินเทอร์เน็ตและสื่อมวลชน
ดร.เบเดอร์ระบุว่า “ส่วนใหญ่แล้ว เหตุการณ์ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อและโซเชียลมีเดียมากที่สุดนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากและผิดปกติ แต่เพราะมันมีการเน้นย้ำอย่างชัดเจนและบ่อยครั้ง จึงให้ความรู้สึกเหมือนเป็นภัยคุกคามประจำวัน การตระหนักรู้ถึงความแตกต่างนั้นจะช่วยให้เราได้มุมมองและอำนาจเหนืออารมณ์ของเรากลับคืนมา”
ดังนั้น ทีมวิจัยจึงตั้งข้อสังเกตว่า ความกลัวอาชญากรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถิติจริงจะแสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นปรากฏการณ์ที่พวกเขาเชื่อว่ามาจาก “วาทกรรมทางการเมืองและสื่อ” ที่ไปกระตุ้นอารมณ์ผู้รับรู้ข่าวสาร
สำหรับผลสำรวจปีล่าสุด เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองที่ทุจริตครองอันดับหนึ่งในการจัดอันดับความกลัวเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน ด้วยคะแนนเฉลี่ย 69.1% ซึ่งบ่งบอกว่าชาวอเมริกันเป็นกังวลเรื่องนี้มากที่สุด ท่ามกลางข่าวการฟ้องร้องนักการเมืองดังเรื่องคอร์รัปชันหลายราย
ส่วนอันดับที่สองคือ “คนที่รักป่วยหนัก” (58.9%) ตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจหรือการเงินล่มสลายเป็นความกลัวลำดับที่สามของคนอเมริกันด้วยคะแนนเฉลี่ย 58.2% อันเป็นผลจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีศุลกากรที่เข้มงวดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจากภาษีศุลกากรถึง 55%
ด้านความกลัวเรื่องการก่อการร้ายทางไซเบอร์อยู่ในอันดับที่สี่ (55.9%) ในขณะที่ “คนที่รักเสียชีวิต” และการที่สหรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามโลกครั้งใหม่ได้คะแนนเสมอกันที่อันดับห้าและหกด้วยคะแนนเฉลี่ย 55.3%
สำหรับ 10 อันดับความกลัวสูงสุดของชาวอเมริกันปีล่าสุด ได้แก่
- เจ้าหน้าที่รัฐบาลทุจริต (69.1%)
- คนที่รักป่วยหนัก (58.9%)
- ภาวะเศรษฐกิจหรือการเงินล่มสลาย (58.2%)
- การก่อการร้ายทางไซเบอร์ (55.9%)
- คนที่รักเสียชีวิต (55.3%)
- สหรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามโลกครั้งใหม่ (55.3%)
- มลพิษในน้ำดื่ม (54.5%)
- รัสเซียใช้อาวุธนิวเคลียร์ (53.7%)
- มลพิษในมหาสมุทร แม่น้ำ และทะเลสาบ (53.5%)
- การที่รัฐบาลติดตามข้อมูลส่วนบุคคล (52.7%)
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



