สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและตึงเตรียด อิหร่านยังคงสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ โดยการใช้เทคนิค “การถ่ายลำจากเรือสู่เรือ” หรือ เอสทีเอส (Ship-to-Ship : STS) ในเขตน่านน้ำห่างไกลของคาบสมุทรมลายู ห่างจากชายฝั่งของสิงคโปร์และมาเลเซียไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร
ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมาย เพื่อ “ฟอกขาว” สินค้าให้ระบุที่มาไม่ได้ และหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับจากสหรัฐและพันธมิตร ซึ่งยังคงคว่ำบาตรอิหร่าน ซึ่งเรือบรรทุกน้ำมันเกือบ 400 ลำที่ถูกขึ้นบัญชีดำเป็น “กองเรือเงา” ทำงานอย่างลับ ๆ โดยการเปลี่ยนตัวกัปตันและลูกเรือ ใช้ธงปลอม ปิดสัญญาณแสดงตัวตน (เอไอเอส) และไม่มีประกันภัย
ข้อมูลจากบริษัทเคปเลอร์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลด้านการค้า พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา มีเรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่านอย่างน้อย 37 ลำ ทำการถ่ายโอนน้ำมันในพื้นที่นี้ คิดเป็นปริมาณสูงถึง 62.3 ล้านบาร์เรล
Iran’s shadow oil trade endures near Singapore despite war https://t.co/EHFUiOZkXc
— The Straits Times (@straits_times) April 16, 2026
เรือเหล่านี้เดินทางออกจากเกาะคาร์ก ทางตอนใต้ของอิหร่าน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แล้วใช้เวลา 2-3 สัปดาห์มายังสิงคโปร์ เพื่อรอถ่ายน้ำมันให้เรืออีกลำ ส่วนจุดหมายปลายทางหลักคือ ท่าเรือในมณฑลซานตง มณฑลเหลียวหนิง และมณฑลเจียงซูของจีน
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า อิหร่านเลือกใช้ “กองเรือเงา” หรือ “กองเรือผี” ในการขนถ่ายน้ำมัน เพราะมีความปลอดภัยกว่าการส่งออกแบบถูกกฎหมาย เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันมีนโยบายย้อนแย้ง แม้ตอนนี้อนุญาตให้มีการขายน้ำมันของอิหร่านที่ตกค้างอยู่กลางทะเลได้ชั่วคราว 30 วัน จนถึงวันที่ 19 เม.ย. แต่ในเวลาเดียวกันมีการใช้มาตรการปิดล้อมตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การถ่ายโอนน้ำมันแบบนี้จะยังคงดำเนินต่อไป แม้มาตรการปิดล้อมท่าเรือยังคงอยู่ เพราะยังมีน้ำมันอิหร่านจำนวนมหาศาลที่ถูกจัดเก็บไว้ในเรือที่ลอยลำอยู่กลางทะเล และพร้อมที่จะส่งออกไปยังลูกค้าหลักอย่างจีนได้ตลอดเวลา.
เครดิตภาพ : AFP



