วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบาย Zero Tolerance ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และมาตรการเชิงรุกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสกัดกั้นคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม
พ.ต.อ.มนุวัฒน์ กอสนาน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และโฆษก บก.ตม.4 เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากทางการเยอรมนีอย่างเร่งด่วน ให้ติดตามตัวชายชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL RED NOTICE) หลังหลบหนีหมายจับและหลบเลี่ยงการขึ้นศาลหลายครั้ง ก่อนหลบหนีมากบดานในประเทศไทย โดยก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศลูกชายชาวไทยวัย 10 ขวบตอนที่ภรรยาไทยย้ายถิ่นฐานไปอยู่ด้วย หลายครั้ง และหนีมากบดานในไทย
โดยเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหารายนี้ใช้นามสมมติว่า นาย B.K. เป็นบุคคลที่ทางการเยอรมนีต้องการตัวอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีร้ายแรง มีพฤติการณ์ล่วงละเมิดทางเพศเด็กอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
หลังสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ต.หลักเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.ไพรัช จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผกก.สส.บก.ตม.4 จัดชุดสืบสวนเร่งติดตามตัว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การติดตามตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้ต้องหารู้ตัวว่าถูกติดตาม จึงปิดโทรศัพท์มือถือ หลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย รวมถึงไม่เปิดบ้านให้บุคคลภายนอกเข้าพบโดยง่าย
ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถยืนยันที่อยู่ได้ จึงวางแผนเข้าจับกุม โดยให้เจ้าหน้าที่อำพรางตัวเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของหมู่บ้าน ขอเข้าตรวจสอบบ้านพัก ก่อนผู้ต้องหายอมเปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว พร้อมแสดงหมายจับตำรวจสากล และคำสั่งเพิกถอนการอยู่ต่อในราชอาณาจักร
เบื้องต้น เตรียมดำเนินการส่งตัวกลับประเทศเยอรมนี เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ไพรัช กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเยอรมนี ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กและการค้ามนุษย์ พร้อมยืนยันว่าไทยจะไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับอาชญากรต่างชาติที่เข้ามาหลบซ่อนตัว
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาจะถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่ให้เดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้อีกต่อไป



