เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจากับรัฐบาลศรีลังกา เพื่อขอนำช้างไทย 2 เชือก คือ “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” ซึ่งเป็นช้างที่สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่รัฐบาลศรีลังกา กลับคืนประเทศไทย ว่า เราจะไปพูดคุย เนื่องจากว่าพลายประตูผา มีอายุมากกว่า 51 ปี โดยเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนได้หารือกับนายพจน์ หาญพล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นผู้ที่หาแนวทางในการเจรจา โดยนายพจน์ให้ความเห็นว่าช้างทั้งสองเชือก ที่พระราชทานให้ประธานาธิบดีศรีลังกา ซึ่งในสมัยนั้นเป็นผู้หญิง และมีความสนิทสนมกับสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง เมื่อนานมาแล้ว และช้างที่พระพระราชทานไป ก็ไปอยู่ตามวัดต่างๆ ในศรีลังกา เพื่อนำไปใช้งานในการแห่พระเขี้ยวแก้ว เนื่องจากงาช้างของไทยสวย แต่ศรีลังกาช้างไม่มีงา
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า หลักการในการเจรจาครั้งนี้ เราเตรียมจะนำสัตวแพทย์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ และอธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปยังศรีลังกา คาดว่าจะเดินทางในช่วงต้นเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งขณะนี้เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคลัมโบ ได้ประสานงานแล้ว เพื่อไปตรวจสุขภาพช้าง ให้เขารู้ผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าช้างเรามีสุขภาพอย่างไร เจ็บป่วยและใช้งานได้ขนาดไหน ถ้าใช้งานได้ไม่นาน เช่น อายุ 50 ปีแล้ว อย่าง พลายประตูผา เราก็จะขอเขาตรงๆ เพราะเขาใช้งานได้อีกไม่นาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องใช้วิธีการเจรจา แม้การเจรจาเป็นเรื่องยาก แต่เราก็ต้องให้เหตุผลไปว่าในเรื่องของการใช้งาน ที่อายุของการใช้งานได้อีกไม่นาน ก็ต้องปลดระวางการใช้งาน จะให้ได้หรือไม่ ซึ่งตนจะต้องเดินทางไปด้วยตนเองอย่างแน่นอน โดยจะประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในช่วงบ่ายวันนี้ (28 ต.ค.) ซึ่งมีทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงฯ อธิบดีกรมอุทยานฯ และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคลัมโบ เพื่อหาข้อสรุป
“ผมไปทุกงาน มีประชาชนมาสอบถามถึงช้าง 2 เชือกนี้ ตนจึงได้มารายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ ท่านนายกฯ ให้นโยบายแก่ผมว่าให้ทำอย่างไรก็ได้ ให้นำช้างกลับมา เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยรู้สึกสบายใจ และให้คนรักช้างรู้สึกว่าช้างของเราไม่ได้ถูกทรมาน สิ่งไหนที่ประชาชนวิตกกังวล ขอให้ตนไปทำให้สำเร็จ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่าย ขึ้นอยู่กับวิธีการเจรจา เราต้องพูดอย่างไร ที่ไม่ให้ศรีลังกา รู้สึกว่าเราไปว่าเขาหรือด้อยความรู้เขา ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ตนเองต้องเร่งทำในเรื่องนี้” นายสุชาติ กล่าว



