สิงห์อาสา โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ ศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี จัดโครงการอบรมประจำปี “หลักสูตรอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (Emergency Medical Responder : EMR)” เพื่อพัฒนาอาสาสมัครให้มีทักษะการกู้ชีพตามมาตรฐานสากล สามารถดูแลจัดการภาวะวิกฤติของผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ก่อนเข้าสู่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับการขึ้นทะเบียนกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) พร้อมจัดซ้อมใหญ่ภาคปฏิบัติ ผ่านสถานการณ์จำลองแผ่นดินไหวเสมือนจริง ให้กับตัวแทนอาสาสมัคร 40 คนจากทั่วประเทศ เพื่อเสริมความพร้อมในการช่วยเหลือภัยพิบัติและอุบัติภัยครั้งใหญ่ เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตและลดการพิการของผู้ประสบเหตุ

หลักสูตรกู้ชีพ ปี 2568 เน้นการฝึกเข้มทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การจัดการภัยพิบัติและอุบัติเหตุกลุ่มชน(Disaster & MCI), การกู้ชีพองค์รวม(CLS), การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED รวมถึงการฝึกเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บอย่างถูกหลักมาตรฐานสากล โดยมีการซ้อมใหญ่เสมือนจริง จำลองเหตุแผ่นดินไหว ให้อาสาสมัครกว่า 40 คนจากทั่วประเทศ ได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จริง โดยมีทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์กู้ชีพนเรนทรฯ คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

นายรวินทร์ ชมพูนุชธานินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า “หลักสูตรกู้ชีพปี 2568 ที่สิงห์อาสาร่วมกับศูนย์กู้ชีพนเรนทรจัดขึ้น มุ่งพัฒนาอาสาสมัครซึ่งเป็นด่านหน้าให้มีความรู้และทักษะการกู้ชีพที่สามารถรับมือกับอุบัติเหตุที่มีซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ประสบเหตุ เพราะอาสาสมัครกู้ชีพคือคนกลุ่มแรกที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อปฐมพยาบาล ช่วยเหลือ และเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุให้ถึงมือแพทย์อย่างปลอดภัย เพราะทุกวินาทีมีความสำคัญต่อการรักษาชีวิตผู้ป่วย และสามารถดูแลชีวิตของตนเองได้อย่างปลอดภัย

พ.ญ.ณธิดา สุเมธโชติเมธา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี 2 กล่าวว่า ในสถานการณ์จริง การเข้าถึงผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ที่ยังไม่มีหน่วยอาสาสมัครเข้าไปถึง หรือระหว่างที่รอความช่วยเหลือ จะต้องมีผู้ที่สามารถให้การช่วยเหลืออย่างถูกต้อง ณ จุดเกิดเหตุ โดยหลักสูตรอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์(EMR) ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับศักยภาพอาสาสมัครให้สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างมีระบบ ตั้งแต่การประเมินอาการ การช่วยชีวิตเบื้องต้น จนถึงการส่งต่อผู้ป่วยอย่างปลอดภัย

การอบรมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เรามุ่งเน้นไปที่อาสาสมัครการแพทย์โดยเฉพาะ เป็นหลักสูตรเข้มข้นกว่า 40 ชั่วโมง ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อให้อาสาสมัครมีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะนำไปใช้ได้จริงในพื้นที่ และสามารถทำงานร่วมกับทีมรถพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะภาวะฉุกเฉินเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ อาสาสมัครกลุ่มนี้จึงมีบทบาทสำคัญมาก ในการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการช่วยเหลือทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย นอกจากนี้หลักสูตรยังครอบคลุมภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน,ภาวะช็อกจากการเสียเลือดมาก รวมถึงการซ้อมรับมือกับสถานการณ์จำลองอุบัติเหตุกลุ่ม ซึ่งจะช่วยให้อาสาสมัครกู้ชีพนำความรู้ไปใช้ช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นางสาวณภัชธิชา อิษฎาญาณภณ อาสาสมัครมูลนิธิเพชรเกษม สำนักงานใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “การอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อม ฟื้นฟูความรู้เดิมตัวเองและเติมความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะการได้ร่วมฝึกปฏิบัติหน้าที่ผ่านเหตุการณ์จำลองที่เสมือนจริงอย่างการจัดการภัยพิบัติและอุบัติเหตุกลุ่มชน ผ่านหลากหลายสถานการณ์ หลักสูตรแบบนี้หาเรียนได้ยากมาก เพราะนอกจากจะเป็นหลักสูตรที่เข้มข้นยังเป็นหลักสูตรที่ได้รับความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จากศูนย์นเรนทรที่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้พวกเราอย่างเต็มที่ จะนำความรู้เหล่านี้ไปถ่ายทอดให้รุ่นน้องในหน่วยงานเพื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริง ขอบคุณสิงห์อาสาที่สนับสนุนให้อาสาสมัครได้อัพเดทความรู้ใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พวกเราช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่และตัวเองปลอดภัย

โครงการอบรม “หลักสูตรกู้ชีพ” ร่วมกับศูนย์กู้ชีพ “นเรนทร” โรงพยาบาลราชวิถี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างรอบด้านเนื้อหาการอบรมประกอบด้วย ภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ ที่ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าอาสาสมัครทุกคนมีขีดความสามารถที่พร้อมในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตัวกู้ภัยเองก็ปลอดภัยด้วย



