เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดกิจกรรม “อุตสาหกรรมรวมใจ ขับเคลื่อนมาตรฐานไทยทั่วประเทศ” โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

รมช.อุตสาหกรรม กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมปล่อยคาราวานตรวจสอบสินค้า แต่คือการรวมพลังของแนวหน้าอุตสาหกรรมไทยจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างกลไกการทำงานเชิงรุก ยกระดับมาตรฐานสินค้าไทย และคืนความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ภายใต้นโยบายหลักอุตสาหกรรมพึ่งพาได้” ที่มุ่งให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานที่ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง

“ภาคอุตสาหกรรมคือเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย จึงต้องไม่ปล่อยให้สินค้าด้อยคุณภาพกลายเป็นจุดอ่อนของระบบเศรษฐกิจ แต่ต้องเปลี่ยนทุกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานไทยทั้งระบบ เพื่อให้สินค้าไทยปลอดภัย แข่งขันได้ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมมอบภารกิจใหม่ให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศทำหน้าที่เป็นม้าศึกแนวหน้าและหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่พร้อมลงพื้นที่ ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาได้ทันที จากนี้ไปกระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่จะเข้าไปเชิงรุก เพื่อป้องกันและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นว่า อุตสาหกรรมไทยพึ่งพาได้จริง” รมช.อุตสาหกรรม กล่าว

จ่าเอกยศสิงห์ กล่าวอีกว่า ขอเน้นย้ำแนวทางสำคัญในการทำงานภาคสนามภายใต้นโยบาย “ปิดเร็ว – เปิดเร็ว – พึ่งพาได้” โดย “ปิดเร็ว” หมายถึง เมื่อพบการกระทำผิดกฎหมาย หรือโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและทันท่วงที “เปิดเร็ว” หมายถึง การอำนวยความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปรับปรุงจนเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อให้กลับมาดำเนินกิจการได้อย่างรวดเร็ว และ “พึ่งพาได้” คือ ความมุ่งมั่นให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็เชื่อมั่นในความโปร่งใสของกระทรวง

“บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เช่น ปัญหาการลักลอบทิ้งกากพิษและสินค้ามาตรฐานต่ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการกำกับดูแลต้องเข้มแข็งและรวดเร็ว เพราะงานของกระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตของประชาชน เราไม่สามารถปล่อยให้ใครเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับกำไรได้อีกต่อไป การตรวจสอบสินค้ามาตรฐานต่ำไม่ใช่เพียงภารกิจ แต่คือการปกป้องครอบครัวของเราทุกคน อีกทั้งยังมีการกล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดต้องรักษาความซื่อสัตย์และความโปร่งใสอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในกรณีการจัดการของกลาง ซึ่งถือเป็นรากฐานของความเชื่อมั่นของประชาชน เราจะต้องทำงานด้วยความรับผิดชอบต่อชีวิตและความไว้วางใจของสังคม เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าระบบราชการของเรานั้นเข้มแข็งและเป็นธรรม”

รมช.อุตสาหกรรม ทิ้งท้ายว่า นี่ม่ใช่เพียงการยึดอายัดสินค้า แต่คือการสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้ผู้ประกอบการที่สุจริต สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ผู้บริโภค และที่สำคัญที่สุด คือการฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนต่อสินค้าไทย พร้อมเชิญชวนอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศร่วมกันแสดงพลังของกระทรวงอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่ทำงานเชิงรุก โปร่งใส และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง