เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายแพทย์ เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจหมอเจด ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค “เกาต์” หลังพบว่าหลายคนยังเข้าใจผิด ว่าโรคนี้เกิดจากการกินอาหารมากเกินไปเท่านั้น
โดยหมอเจดระบุว่า ความจริงแล้วเกาต์เกิดจาก “ร่างกายขับกรดยูริกออกไม่ดีพอ” ซึ่งมักสัมพันธ์กับภาวะ “ไตอ่อนแรง”
“เกาต์กับไตเป็นของคู่กัน เพราะถ้าไตทำงานช้า ยูริกจะค้างในเลือดและตกผลึกได้ง่ายขึ้น”
หมอเจดย้ำว่า สัญญาณเตือนสำคัญคือ “ปัสสาวะน้อย สีเข้ม หรือปวดหลังช่วงบั้นเอวเป็นพัก ๆ”
นอกจากนี้ หมอเจดยังชี้ให้เห็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้กรดยูริกพุ่งสูง เช่น
นอนดึก เครียดสะสม: ฮอร์โมนคอร์ติซอลสูง ทำให้ร่างกายอักเสบและไตทำงานหนัก
ดื่มน้ำน้อย: ทำให้เลือดข้น ยูริกไม่ถูกขับออก
กินน้อยแต่เลือกอาหารผิด: เช่น ดื่มน้ำอัดลม ชาเย็น เบียร์ หรือของทอด ซึ่งมีน้ำตาลฟรุกโตสและไขมันทรานส์สูง
หมอเจดแนะนำว่า หากต้องการให้ยูริกลดลงอย่างยั่งยืน ควร
ดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร
ลดน้ำหวาน เบียร์ และอาหารทอด
ออกกำลังกายเบา ๆ 15–30 นาทีต่อวัน
พักผ่อนให้เพียงพอ
เสริมโอเมก้า–3 หรือสารต้านอักเสบเพื่อช่วยลดการอักเสบของข้อ
ปิดท้ายหมอเจดฝากข้อคิดว่า
“แค่กินน้อยไม่พอ ถ้าขับของเสียไม่ออก ไตก็พัง ยูริกก็พุ่ง เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ดื่มน้ำให้พอ พักผ่อนให้พอ เพราะถ้าเลือดไหลดี ไตแข็งแรง เกาต์ก็ไม่มีทางกลับมาครับ”



