สืบเนื่องจากสำนักพระราชวังได้มีประกาศเรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 21 นาฬิกา 21 นาที ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา นำมาซึ่ง ความโศกเศร้าเสียใจของพสกนิกร ชาวไทยทุกหมู่เหล่า
เฉกเช่นเดียวกับที่เรือนจำกลางจังหวัดตาก เมื่อผู้ต้องขัง ชายหญิง ที่อยู่ในข้างหลังกำแพงสูง ได้ทราบข่าว ต่างโศกเศร้าเสียใจ หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาร้องไห้ ด้วยความอาลัย แม่หลวงของแผ่นดิน ด้วยคิดว่า ในช่วงเวลาแบบนี้ คนข้างนอกเขาคงได้ มีโอกาสที่จะร่วมกิจกรรม ที่จะแสดงถึงความรักความอาลัยต่อแม่หลวง แต่พวกตนต้องโทษอยู่ในเรือนจำ แม้คิดถึงสุดแสนอาลัย ก็ทำได้ ด้วยการมองฟ้า ผ่านลวดหนามข้ามกำแพงสูง จึงหลั่งน้ำตาร้องไห้ด้วยความรักที่มีต่อพระองค์

และด้วยข้อจำกัดดังกล่าว ทางด้าน พันตำรวจตรี จตุพร อรุณฤกษ์ถวิล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางตาก จึงให้โอกาสแก่ผู้ต้องขังหญิง ที่มีฝีมือในด้านงานประดิษฐ์ สมัครใจร่วมกันทำริบบิ้นเข็มกลัดไว้ทุกข์ สามารถประดิษฐ์ได้วันละ 200-300 อัน เพื่อนำมาแจกให้กับเจ้าหน้าที่ หน่วยงานต่างๆ ที่มาติดต่องาน และญาติผู้ต้องขังบริเวณด้านหน้าเรือนจำฯ ซึ่งผู้ต้องขังได้บรรจงประดิษฐ์ด้วยใจ เพื่อน้อมถวายอาลัย แม่หลวงของแผ่นดิน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

โดยผู้ต้องขังหญิง ท่านหนึ่ง บอกว่า ตั้งแต่ตนเองเกิดมาจำความได้ ก็ได้เห็นพระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงเสด็จ เยี่ยมเยียนราษฎรในถิ่นทุรกันดารด้วยความวิริยะอุตสาหะ ด้วยทรงที่จะเห็นพสกนิกรของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี ณวันนี้ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย สิ่งดีๆที่พระองค์ทรงมีต่อชาวไทยยังอยู่ในความทรงจำ เสมอ ตนเองในฐานะตัวแทน ผู้ต้องขังทุกคนที่อยู่หลังกำแพงสูงขอตั้งมั่นในสัจจะสัญญาว่า เมื่อได้โอกาส ในการฟื้นฟูชีวิตที่อาจจะพลาดผิดไปในครั้งอดีต พร้อมที่จะกลับไปเป็นคนดีของสังคม ขอสัญญาต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง พวกเราจะเป็นคนดีของสังคมไม่หวนคืนสิ่งที่ผิดพลาดไปอย่างเช่นในอดีตเพื่อไม่ให้พ่อและแม่ได้มีความกังวลต่อลูกๆทุกคน ด้วยน้อมในสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทั้งสอง ทรงรักและห่วงใยลูกๆ



