สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่า ราคาหุ้นของเอ็นวิเดีย เพิ่มขึ้น 4.91% เป็น 210.90 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,839.17 บาท) ณ เวลาเปิดตลาดซื้อขายบนวอลล์สตรีท ส่งผลให้มูลค่าตลาดของเอ็นวิเดีย สูงเกินระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของฝรั่งเศสหรือเยอรมนี หรือสูงกว่าราคาหุ้นของเทสลา เมตา และเน็ตฟลิกซ์รวมกัน ขณะที่ไมโครซอฟท์และแอปเปิล ซึ่งเป็นอีกสองบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุดของโลก ต่างมีมูลค่าสูงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 130 ล้านล้านบาท) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อนึ่ง ราคาหุ้นที่พุ่งสูงขึ้นของเอ็นวิเดีย เป็นผลมาจากยอดขายที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ข้อตกลงใหม่หลายฉบับ ซึ่งรวมถึงการประกาศความร่วมมือกับบริษัท โนเกีย ของยุโรป และการคาดการณ์ว่า เอ็นวิเดียอาจเข้าถึงตลาดของจีนได้อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้
“เอ็นวิเดียนำหน้าคู่แข่งรายอื่นอย่างมาก ซึ่งแม้มันแทบไม่น่าเชื่อว่า บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ แต่ความสำเร็จข้างต้นมาจากบริษัทที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานหลายประการ และดูเหมือนจะประกาศข้อตกลงครั้งใหญ่ทุกวัน หรือทุกสัปดาห์” นายอาร์ต โฮแกน จากบริษัท บี. ไรลีย์ เวลธ์ แมเนจเมนต์ กล่าว
ปัจจุบัน ชิปของเอ็นวิเดีย ยังไม่มีจำหน่ายในจีน เนื่องจากการแบนของรัฐบาลปักกิ่ง ความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ และความตึงเครียดทางการค้าที่ดำเนินอยู่ ระหว่างสหรัฐกับจีน แม้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สนับสนุนแนวทางที่ละเอียดอ่อนมากขึ้น ในการขายชิปเอไอให้กับรัฐบาลปักกิ่งก็ตาม
ทั้งนี้ เอ็นวิเดียประกาศความร่วมมือหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และระบุว่าบริษัทจะลงทุน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 162,000 ล้านบาท) เพื่อตอบสนองความต้องการของรัฐบาลทรัมป์ ในการเพิ่มการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



