เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เข้าชี้แจงกรณีถูกร้องเรียนนโยบายหาเสียง โดยเฉพาะนโยบายด้านอวกาศที่ถูกมองว่าเกินจริง ยืนยันว่าเป็นแนวคิดที่หลายประเทศดำเนินการอยู่แล้ว และต้องการผลักดันเพื่อไม่ให้ประเทศไทยล้าหลัง

สำหรับนโยบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์คู่สมรส นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า จะชี้แจงเพิ่มเติมภายหลัง โดยเสนอแนวคิดให้ผู้หญิงสามารถมีสามีได้หลายคนเพื่อความเท่าเทียมทางกฎหมาย อ้างอิงตัวอย่างจากต่างประเทศและบางวัฒนธรรม พร้อมมองว่าเป็นการปฏิรูปสังคมและกฎหมายให้ทันสมัย 

นโยบายของตนไม่ต่างจากนโยบายพรรคอื่นที่เคยหาเสียงแต่ไม่สามารถทำได้จริง พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกพรรค หากจะดำเนินคดีเรื่องนโยบายเกินจริง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่นโยบายที่เป็นไปไม่ได้หรือเกินจริง เพราะถ้าพูดเช่นนั้น อย่างหลายๆ พรรค เช่น พรรคภูมิใจไทยเสนอนโยบายปราศรัยว่า 2 เดือนกว่าจะรวยไม่ไหวแล้ว 4 ปีเงินน่าจะล้นหมดแล้ว แล้วมันรวยจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องไทยไม่เทา แก้เทาก็แก้คอร์รัปชันไม่ได้ ซึ่งพรรคการเมืองเหล่านี้เป็นรัฐบาลแล้ว เขาก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำไม่ได้ ฉะนั้นถ้าจะดำเนินคดีกับตนในข้อหาหาเสียงเกินจริง ก็ต้องให้ตนเป็นรัฐบาลก่อน แล้วไปพิสูจน์ว่าทำได้แค่ไหน

สิ่งที่ กกต.ต้องดำเนินคดี คือต้องดำเนินคดีตั้งแต่ปี 2562, 2566 ที่แต่ละพรรคสัญญาแล้วทำไม่ได้ กกต.ก็ต้องดำเนินคดีกับทุกคน ถ้าไม่ดำเนินคดีก็จะโดนมาตรา 157 เพิ่มเงินเดือน 24,000 บาทต่อเดือนก็ยังทำไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดีด้วย ไม่อย่างนั้นถ้า กกต.ปล่อยคนอื่นไปก็ต้องปล่อยตนด้วย แต่ถ้าดำเนินคดีตนก็ต้องดำเนินคดีกับคนอื่นด้วยที่ออกนโยบาย

มี สว.เพชรบุรี ระบุว่าจะมีการเสนอรัฐบาลให้เพิ่มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% ตนขอคัดค้านเพราะเป็นการซ้ำเติมประชาชน คล้ายๆ กับการขึ้นราคาน้ำมัน ที่ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบดังกล่าว  ไม่อยากให้ สว.เสนอเพื่อขอมติ และตอนนี้ทราบว่ารัฐบาลจะมีการกู้เงินเพื่ออุดหนุนราคาน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท ตนมองว่าทางที่ดีควรจะสร้างโรงกลั่น หรือซื้อหุ้นโรงกลั่นน้ำมันบางจาก ศรีราชาไปเลย เพราะมีกำลังการผลิตที่สูง 40-50 ต่อวัน เมื่อรัฐบาลถือหุ้นมากขึ้นก็ไม่ต้องไปอิงราคาสิงคโปร์ ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเราลดลง ตนเสนอรัฐบาลแล้วไม่ใช่ติด่าอย่างเดียว

นายมงคลกิตติ์ ยังฝากถึง นายราเชน เวียงตระกูล หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคของตน ว่า อยากให้กระซิบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ว่าอย่าขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือประกาศแสดงจุดยืนว่าถ้าหากนายกรัฐมนตรี ขึ้นภาษีจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล

นายมงคลกิตติ์ ยังเห็นว่าการที่นายกฯ “ถุย” การเปิดงานวันไหลบางเบิด ที่จังหวัดชุมพร นั้นไม่เหมาะสม เพราะผู้นำประเทศไม่ควรทำเช่นนั้น แต่ถ้านายกฯ อายุเข้า 60 แล้ว ก็อาจจะเลอะเลือนไม่ได้ทันระวัง ถ้าบอกว่าเป็นการถุยเพราะไม่ชอบสคริปต์ ต้องคิดว่าไปทำให้คนเขียนสคริปต์เสียใจหรือไม่ นายกฯ ควรไปขอโทษคนที่ทำสคริปต์ด้วย แต่จริงๆ จะให้ผู้นำประเทศพูดเรื่องไหนเขียนให้เป็นหัวข้อก็พอ ไม่ต้องเขียนเป็นสคริปต์ เพราะอย่างตนยังพูดเองได้เลย