ไอระเหยที่เด็ก ๆ สูดเข้าไปนั้นเต็มไปด้วย สารเคมีกว่า 2,000 ชนิด รวมถึงนิโคติน ฟอร์มาลดีไฮด์ และบางสูตรยังมีสาร THC จากกัญชา- ส่วนผสมที่สามารถเปลี่ยนสมองวัยเรียนให้ติดสารเคมีเรื้อรัง สูญเสียสมาธิ และทำลายปอดก่อนวัยอันควร นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่คือ “วิกฤติรุ่นเยาว์” ที่กำลังพรากลมหายใจของอนาคตประเทศไปทีละคน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ นักวิชาการด้านการสื่อสารสุขภาพ กลุ่มวิชาสหวิทยาการและการศึกษาตลอดชีวิต (I-GRAD) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุ ปัจจุบันพบว่าผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าแห่จัดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์กระหน่ำลดราคาเพราะเป็นช่วงใกล้สิ้นปี โดยบางร้านเสนอขายบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งในราคาเพียง 79 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นราคาต่ำที่สุดในรอบปี

นอกจากนั้นยังมีสารพัดโปรโมชัน ไม่ว่าจะเป็นโปร “ซื้อ 4 แถม 1” ส่งฟรีทุกจังหวัด โปรประจำวันศุกร์ Black Friday โปรเก็บโค้ด โปรวันเกิด รวมทั้งโปรพิเศษตามเทศกาล เช่น ฮาโลวีน วันหยุดยาว หรือเก็บแต้มสะสมแลกส่วนลดเงินสด แถมบางร้านให้ผ่อนโดยไม่มีขั้นต่ำ หรือ ซื้อเครื่องแถมน้ำยา ซื้อครบชุดแถมสายคล้องคอ ซื้อหลายชิ้นมีส่วนลดเพิ่ม ส่งฟรีทุกพื้นที่ ส่งด่วนด้วยมอเตอร์ไซค์ บางร้านส่งของทุก 2 ชั่วโมง เพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน นักศึกษาให้ทดลองใช้

อย่างไรก็ตาม แต่ละร้านยังมีแอดมินให้บริการ 24 ชั่วโมง ทำให้เยาวชนเข้าถึงง่ายและผลที่ตามมาคือสุขภาพพัง เห็นได้จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขที่ระบุว่า จำนวนเด็กไทยป่วยด้วยโรคปอดอักเสบจากบุหรี่ไฟฟ้าพุ่งกว่า 100 ราย และแอดมิตโรงพยาบาลกันรายวันเพียงเพราะสูบบุหรี่ไฟฟ้า

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีรัช ระบุว่า การตลาดลักษณะนี้เป็นกลยุทธ์ “ลดราคา–ล่อใจ–สร้างการรับรู้ซ้ำ” ซึ่งเข้าข่ายการตลาดแบบจูงใจ ที่มุ่งกระตุ้นพฤติกรรมเสพติดในกลุ่มเยาวชน แม้บุหรี่ไฟฟ้ายังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายในไทย แต่ช่องทางออนไลน์กลับเปิดโอกาสให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มที่มีในประเทศ
“ผลการสำรวจพบว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งราคาเพียง 79-84 บาท หรือไม่ถึง 100 บาท รสชาติผลไม้ต่าง ๆ สีสันสวยงาม สูบได้ถึง 2,000 ครั้ง ปรากฏการณ์เหล่านี้คือกลยุทธ์การตลาดอันตรายที่อาศัยจังหวะการซื้อขายออนไลน์ที่ราคาถูก เห็นบ่อย ง่ายและสะดวกเพื่อจูงใจให้เยาวชนสนใจ และอาจนำไปสู่การเสพติดนิโคตินในระยะยาว แม้จะมีการปราบปรามการค้าขายบุหรี่ไฟฟ้าทั้งออนไลน์และตามร้าน แต่ปัจจุบันก็ยังคงพบการขายเริ่มกลับมาเช่นเดิม หน่วยงานรัฐจึงต้องเข้มงวดในการควบคุมการจำหน่ายทางออนไลน์ และขอให้ผู้ปกครอง ครู และสังคมช่วยกันเฝ้าระวังบุตรหลานพร้อมให้ความรู้กับเยาวชนถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า”.



