จากที่มีผู้เปิดชื่อ “สส.กฤต” ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม อาจมีเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ วันที่ 30 ต.ค. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวชี้แจงว่า ทราบว่า เป็นเรื่องคดีเก่าที่เขาผ่านกระบวนการยุติธรรมแล้ว เราไปพูดมากก็ไม่ดี วันนี้สังคมไทยมองว่าทุกอย่างเป็นสแกมเมอร์หมด มีความพยายามแยกแยะและชี้แจงให้เห็นแล้ว ว่าเรื่องของแก๊งสแกมเมอร์เป็นความผิดประเภทหนึ่ง ส่วนพนันออนไลน์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การค้ามนุษย์ก็อีกประเภทหนึ่ง ต้องแยกแยะกัน แต่ตอนนี้ไปผสมกันหมด

ปัญหานี้มันลามไปถึงครอบครัวผม ลูกชายอายุ 7 ขวบ แก๊งสแกมเมอร์ยังโทรศัพท์หา เรื่องนี้เป็นภัย ผมจะคุยกับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ต้องตรวจสอบผู้ที่จะมาลงสมัคร สส. เพราะส่วนใหญ่นักการเมืองทุกคนมีอดีต หากไปเจาะจง โจมตี แฉเรื่องอดีตของเขา ก็ไม่มีความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ผมได้เรียกนายชนนพัฒฐ์มาพบที่กระทรวงเกษตรฯ ถามถึงเรื่องราวต่างๆ และบอกไปว่าอะไรที่ชี้แจงได้ก็ชี้แจง นักการเมืองต้องพร้อมให้ตรวจสอบ แต่ถ้าเราตรวจสอบทั้งหมด 400 กว่าชีวิตในสภา ทุกคนมีประวัติและอดีตกันหมด จะให้เราซัดกันอย่างนั้นมันไม่ดี ผมทราบมาว่ามีบางพรรคที่ตั้งชุดเฉพาะกิจพิเศษขึ้นมาตรวจสอบพรรคต่างๆ เพื่อโจมตีหวังผลทางการเมือง พรรคกล้าธรรมไม่ทำแบบนั้น

สส.กฤต ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ทางช่อง PPTV หลังจากถูกเปิดชื่อเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ ว่า “…มันเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เกิดขึ้นมานาน และเอกสารหลักฐานทุกอย่างก็เดิมๆ ที่ผมถูกตรวจสอบมาหมดแล้ว ไม่ได้มีเรื่องใหม่ โอนไป-โอนกลับก็ไม่ได้สื่อถึงการเป็นผู้รับผลประโยชน์เว็บพนัน ถ้าสแกมเมอร์ต้องรับเงินอย่างเดียว อยากฝากไปยังหน่วยงานต่างๆ ว่า การพิจารณาคดีไม่ควรเอาเรื่องเส้นเงินเท่านั้นในการตัดสินดำเนินคดี เราควรมีแหล่งการสืบหาข้อมูลที่ดีก่อนดำเนินคดีกับใคร ส่วนที่ใครไปเปิดเผยชื่อผมก็ปล่อยเขา…”

นอกจากเรื่องสแกมเมอร์ การเตรียมกาบัตรครั้งประวัติศาสตร์ก็น่าสนใจ ที่ประมาณปลาย มี.ค. 69 สังคมไทยต้องกาบัตรทั้งเลือกตั้ง ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชามติ MOU นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กกต.มีความพร้อมจัดงาน ขอเวลา 75 วัน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทำความเข้าใจและจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ จำเป็นต้องของบประมาณเพิ่ม เพราะจำนวนผู้มีสิทธิเพิ่มเป็น 53 ล้านคน และต้องเพิ่มการทำประชามติด้วย ต้องเพิ่มหน่วยขึ้นเป็น 1.2 แสนหน่วย จากเดิมมี 9 หมื่นหน่วย รวมถึงต้องมีการเพิ่มวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ กรรมการประจำหน่วยก็ต้องเพิ่ม

“…หากหย่อนบัตรผิดกล่อง ไม่ถึงเป็นบัตรเสีย แต่ถือเป็นบัตรพลัดหลง สามารถนำไปนับคะแนนได้ ทั้งนี้ตั้งเป้าบริหารจัดการให้จบใน 23.00 น. อย่างไรก็ตาม รวมๆ แล้วต้องทำงานนานกว่า 17 ชั่วโมง ขอให้รัฐสภาส่งคำถามประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับ ครม. และส่งให้ กกต. ก่อนวันที่ 13 ม.ค. 2569 หรืออย่างช้าสุดไม่เกินวันที่ 28 ม.ค. 2569 ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลา 60-150 วัน ของกฎหมายประชามติ 2568…” นายแสวง กล่าว

จากกรณี “สีกากอล์ฟ” สึกพระผู้ใหญ่จำนวนมาก จนเกิดวิกฤติศรัทธาในพระพุทธศาสนา อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามเรื่องมาตรการช่วยเหลือวัด เพราะกรณีสีกาทำให้คนไม่อยากบริจาควัด มีวัดในกรุงเทพฯ เจอปัญหาไม่มีเงินชำระค่าน้ำ ค่าไฟ จนถูกตัดมาตรวัดน้ำ รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือวัดหรือไม่

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ตอบว่า รัฐบาลจะรับไปหารือกับหน่วยงานในกำกับ เสนอ ครม.ให้เจ้าของสาธารณูปโภคผ่อนปรนให้วัดโดยเร็ว และได้ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) ให้ช่วยเหลือผ่านกองทุนวัดช่วยวัด และกองทุนศาสนสมบัติกลาง หากวัดที่มีปัญหาเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันที่ใช้ในการฌาปนกิจ ให้เจ้าอาวาสวัดติดต่อเพื่อขอรับความช่วยเหลือ หากเหลือแรงเกินกว่า 2 กองทุน รัฐบาลจะเสนอให้ใช้งบกลาง ขณะนี้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา อาจมีการกำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของไวยาวัจกร รวมถึงกรรมการวัด

ขณะนี้ “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย อยู่ระหว่างการประชุมเอเปค ที่เมืองคยองจู เกาหลีใต้ ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 29 ต.ค.โรงแรม Commodore Hotel เมืองคยองจู นายกฯ ได้พบปะพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ช่วงหลังงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นกรณีพิเศษ นายกฯ บอกว่า ได้พูดคุยต่อเรื่องลดภาษีนำเข้าสหรัฐ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอการลงนาม โดยได้ขอให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยสนับสนุนให้ไทยได้รับเงื่อนไขที่ดีมากกว่านี้ (ได้ลดภาษีตอบโต้อีก) ทรัมป์รับปาก และจะไปแจ้งกับฝ่ายผู้แทนการค้าสหรัฐ ว่าจะทำอย่างไรให้มีการพูดคุยกัน ให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุด จากการพูดคุยดูแล้วมีแนวโน้มที่ดี การประชุมอาเซียนที่ประเทศมาเลเซียและการประชุมเอเปคที่เกาหลีทำให้เชื่อได้ว่า ต่างประเทศให้ความสนใจไทยเพิ่มขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในการประชุมเอเปค ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พบหารือกันแบบตัวต่อตัว ที่ห้องรับรองภายในฐานทัพอากาศกิมแฮ เมืองปูซาน นับเป็นการพบหารือกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ตั้งแต่ปี 2562 ทรัมป์กล่าวว่า ประสบความสำเร็จด้วยดี โดยยืนยันว่าสามารถยุติความขัดแย้งทางการค้าที่มีร่วมกัน สหรัฐจะลดมาตรการภาษีตอบโต้จีน เหลือ 47% จากเดิม 57% โดยให้มีผลทันที และทั้งสองประเทศจะลงนามร่วมกันภายในอนาคตอันใกล้

ทรัมป์ยืนยันการบรรลุข้อตกลงกับสี เกี่ยวกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับแร่ธาตุสำคัญ หรือแร่หายาก ซึ่งจีนจะผ่อนคลายอุปสรรคให้กับสหรัฐ โดยข้อตกลงจะมีอายุ 1 ปี และสามารถขยายระยะเวลาได้ตลอด และจีนจะซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเพิ่มขึ้นในปริมาณมหาศาล อีกทั้งเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามเฟนทานิล (ยาเสพติดที่มาจากยาแก้ปวด กำลังมีปัญหาระบาดในสหรัฐ) ทรัมป์จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการในเดือน เม.ย. ปีหน้า และหลังจากนั้นผู้นำจีนจะเยือนสหรัฐภายในห้วงเวลาอันเหมาะสม หลังเสร็จสิ้นการหารือที่ห้องรับรอง ทรัมป์เดินทางกลับสหรัฐทันที.

ทีมข่าวการเมือง