ถูกสนใจอยู่อย่างมากมายหลังล่าสุดพระเอกดัง ป๋อ ณัฐวุฒิ จูงมือภรรยาคนสวย เอ๋ พรทิพย์ มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ป๋อ ณัฐวุฒิ เผยเคยอาการหนักติดอยู่บนบัลลังก์ของคำว่า “พระเอก” จนหาทางลงไม่เจอ ต้องรู้จักว่าวันนั้นคือวันนั้นวันนี้ไม่ใช่วันนั้นอีกแล้ว ตำนานพระเอกหลงรักนางร้ายของ “ป๋อ ณัฐวุฒิ” & “เอ๋ พรทิพย์” ที่เกือบจะไม่ได้รักกัน คนโทรมาด่าทุกวันว่าไม่เหมาะสมกันเลย “ป๋อ & เอ๋” เล่าโมเมนต์ที่เคยทะเลาะกันหนักเหมือนคนที่ไม่รักกันแล้ว หย่าเป็นหย่า พังเป็นพัง และช่วงเวลาที่อ่อนแอที่สุด เกิดมรสุมลูกใหญ่ในชีวิตของทั้งคู่จับมือกันผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างไร ป๋อ & เอ๋โดนกระแสดราม่าหนักลงคลิปตั้งใจจะช่วยโปรโมตกลายเป็นคลิปให้คนมาคอมเมนต์ด่าด้วยความเกลียดชังถึงขั้นแช่งให้ตาย

ป๋อ เผยว่า “ติดการเป็นพระเอกนะ ผมติดนะ เพราะว่าผมก็เป็นพระเอกมาตั้งแต่ต้น มันก็ล้างสมองเรามาพอสมควร 20 ปี แล้วก็ทำให้ผมเชื่อว่าเป็นแบบนั้น เราติดบัลลังก์ เราจะลงจากบัลลังก์มันยากมากครับ เมื่อก่อนเวลาไปยืนถ่ายรูปกันเราจะได้ยืนอยู่ตรงกลาง และอยู่แถวหน้าด้วย เดี๋ยวนี้ประมาณแถวที่สาม วิลลี่ แมคอินทอช บอกหมดแล้วป๋อ คมแฝก หมดแล้วมันไม่มีอีกแล้ว ต้องรู้จักว่าวันนั้นคือวันนั้น วันนี้ไม่ใช่วันนั้นอีกแล้วมันเคยหนักมากครับ กับเอ๋เรื่องทะเลาะกัน เอ๋ก็เกลียดผม แล้วผมก็เกลียดเอ๋แล้วก็พูดแรงด้วย เหมือนไม่รักแล้ว ไม่สนแล้ว พัง เลี้ยงลูกได้ วางแผนเลยว่าถ้าหย่าแล้วมรดกจะไปอยู่ที่ใคร แต่เรื่องคลิปโปรโมท เราก็ลงคลิปโปรโมตมันก็ทำให้เกิดคนมีความไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องโปรโมตความเจ็บป่วยของตัวเอง เล่นกับความรู้สึกคน เอาจริงๆที่คิดคือเราเป็นมะเร็งโกรธอะไรเรา เราแค่ อยากจะสื่อสารออกไปว่าถ้ามีโอกาส ไปตรวจนะ แต่กลายเป็นสิ่ง ที่เราได้รับกลับมาคือแรงเกลียด ให้มันเป็นมะเร็งระยะที่สี่ให้มันตาย ไปทั้งผัวทั้งเมีย”


เอ๋ เผยว่า “เอ๋ก็จะโดนแบบเรื่องของความไม่เหมาะสม ตัวร้ายกับพระเอกแล้วก็จะมีทั้งโทรศัพท์มาด่า ทางข้อความก็จะมีส่งข้อความมาด่า โทรเข้ามือถือเลยค่ะโทรเข้ามาด่า มีคนโทรเข้ามาแล้วเอ๋รู้ว่า เขาโทรมาจะโทรมาด่าเอ๋ เอ๋ก็เปิดสปีกเกอร์โฟนให้พี่ป๋อฟัง ตอนนี้เขาอยู่ที่บ้านพี่ป๋อแล้วก็อยู่ข้างๆพี่ป๋อด้วย พี่ป๋อเป็นของเขาด่าหยาบคายเละเหมือนกัน เราก็รู้สึกเสียใจ เราก็บอกพี่ป๋อว่าถ้าไม่ไหวอย่าฝืนเราพูดเลยค่ะ เราทะเลาะกันทุกเรื่อง จะหนักที่สุดเลยก็คือตอนที่มีลูก เดินขาซ้ายยังผิดเลยทำอะไรก็ผิดไปหมดค่ะ เรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆก็ยังทะเลาะกัน งง ไปหมดเลยค่ะนี่มันเรื่องจริงใช่มั้ย หย่าจริงๆใช่มั้ย จะหย่ากันใช่ไหม”

“อย่างตอนมะเร็ง ตอนนั้นเอ๋ช็อคเหมือนบ้านถล่มเลยค่ะ ฟังใครไม่รู้เรื่องเลยมันเกิดขึ้นกับเรา เรารู้สึกว่ามันใช่เหรอฟังอะไรไม่ออกเลย ร้องไห้อย่างเดียวเลยเราจะตายไหม มันคิดอยู่แค่นั้นมันเหมือนมันช็อค ช็อคว่าทำไมมันถึงมาเกิดขึ้นกับเรา แล้วเราจะไปยังไงต่อ ถ้ามันลามแล้วเราจะต้องทำยังไงต่อ คือคิดถึงแต่หน้าลูกคือรู้สึกว่าทุกอย่างมันถาโถม แต่วันที่แย่ที่สุดคือวันที่เอ๋ผ่า”