เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2568 ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง สำนักป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติด สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว จัดกิจกรรมรณรงค์เทศกาลฮาโลวีนประจำปี 2568 Active Youth “Halloween city หยุดผีบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อสร้างความตระหนัก และลดการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยก่อนเริ่มกิจกรรมภาคีเครือข่ายซึ่งสวมชุดดำได้ร่วมยืนสงบนิ่ง น้อมถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงขึ้น 11.44 เท่า จากปี 2564 ที่มีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า 78,742 คน เพิ่มเป็น 900,459 คน โดยเป็นเด็ก เยาวชนอายุ 15-24 ปี ถึง 251,625 คน และขณะนี้มีบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ใช้การตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เข้าถึงและจูงใจเยาวชน คือ 1.ทอยพอต ลักษณะคล้ายของเล่น หรือตุ๊กตา 2.พอตจมูก สูบผ่านจมูกคล้ายยาดม 3.นิโคตินพาวช์ (Nicotine Pouch) หรือถุงซองนิโคติน ใช้เหน็บระหว่างเหงือกกับริมฝีปาก 4.พอตเค บุหรี่ไฟฟ้าที่เปลี่ยนหัวพอตเป็นน้ำยาผสมเคตามีน ยาสลบ สูบแล้วเคลิ้มฝัน เมา ทำให้ประสาทหลอน นำไปสู่โรคจิตเภท กล้ามเนื้อขาดออกซิเจน หมดสติ และเสียชีวิตได้ และนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้ายังส่งผลต่อพัฒนาการสมอง เพิ่มความเสี่ยงโรคปอดอักเสบรุนแรง และภาวะซึมเศร้า

“การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นสถานการณ์เร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสร้างการรับรู้ให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงอันตรายและรู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า สามารถปฏิเสธสิ่งยั่วยุได้อย่างมั่นใจ สสส. จึงหนุนเสริมและสานพลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนป้องกันและลดการสูบบุหรี่ทุกชนิด” น.ส.รุ่งอรุณ กล่าว
นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค 3 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า สคบ. ในฐานะเจ้าของกฎหมายห้ามผลิต น้ำเข้า จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ที่ถือเป็นสินค้าที่กระทบสิทธิผู้บริโภค ทำลายสุขภาพทั้งคนสูบ และคนไม่สูบ ที่ผ่านมา สคบ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่า 200 คดี คิดเป็นมูลค่าของกลางมากกว่า 1,000 ล้านบาท แม้รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วน ให้ความสำคัญทุกภาคส่วนเร่งป้องกันและปราบปราม ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น ไม่มีการซื้อขายหน้าร้านที่เด็กเข้าถึงง่าย แต่มีการหลบไปขายผ่านออนไลน์มากขึ้น ทำให้ยากต่อการไล่ตรวจจับ โดยเฉพาะออนไลน์จากต่างประเทศ เพราะใช้อำนาจสั่งปิดเว็บไซต์ หรือแอคเคานท์ยาก ต้องขออนุญาตหลายขั้นตอน ทั้งนี้ สคบ. จึงได้ประสานหลายภาคส่วน เพื่อขอความร่วมมือในการปิดกั้นการขายบุหรี่ไฟฟ้า เช่น บริษัทขนส่ง แพลตฟอร์มออนไลน์
“ทุกวันนี้เราต้องต่อสู้กับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากคนขาย หรือสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า อ้างว่าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน รวมถึงตัวผลิตภัณฑ์ที่สวย ทันสมัย พกง่าย บุหรี่ไฟฟ้าหลอกคนยิ่งกว่าผี ผีหลอกเรายังมีชีวิตอยู่ต่อได้ แต่บุหรี่ไฟฟ้าถ้าหลงเชื่อไปทดลองสูบ มีแต่ทำลายสุขภาพ ดังนั้นไม่ควรไปแตะต้องใครที่สูบอยู่ควรเลิกจริงๆ” นายเลิศศักดิ์ กล่าว

น.ส.ศุภัคชญา สุขใบเย็น หรือวันเดอร์เฟรม แร็ปเปอร์ นักร้อง และนักแต่งเพลง กล่าวว่า หลายคนที่อยู่รอบข้างสูบบุหรี่ไฟฟ้า แล้วคิดว่ามันปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน หรือช่วยคลายเครียด แต่พออยู่ด้วยไปนาน ๆ จึงรู้ว่าส่งผลกับอารมณ์และพลังงานของคนคนนั้น บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบหนักกว่าที่หลายคนคิด ทำให้หงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น หรือดูเหนื่อยตลอดเวลา ทำให้เสียบาลานซ์ ทั้งทางกายและใจ ขณะนี้เด็กเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่ายมาก ทั้งสี กลิ่น และดีไซน์ ที่จงใจให้ดูเหมือนไม่อันตราย แต่ที่จริงทำลายสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพติดอย่างอื่นได้ ดังนั้นจึงขอเตือนเยาวชนว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ทำให้ดูเท่ ความเท่จริงๆ คือการควบคุมตัวเองได้ ไม่ใช่การต้องพึ่งอะไรเลยเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ถ้าอยากดูเท่ อยากดูมีพลัง ใช้ความสามารถ ใช้ความฝันของเรา ใครที่สูบอยู่ก็อยากให้เลิก ทุกคนล้มได้แต่ลุกให้ได้
น้องเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี กล่าวว่า เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่อายุ 15 ปี เพราะเห็นว่าเป็นของใหม่ จึงอยากรู้ อยากลอง โดยซื้อจากร้านใกล้บ้าน และเริ่มติดรสชาติของบุหรี่ไฟฟ้า หลังจากสูบได้ไม่นานก็เริ่มใช้ชีวิตลำบาก หายใจไม่สะดวก เจ็บหน้าอก ไอ บางครั้งมีเลือดปนออกมา และเหนื่อยง่าย ซึ่งช่วงก่อนสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่เคยมีอาการเหล่านี้ แต่พอสูบแล้วเจ็บหน้าอกเหมือนถูกทุบ จึงไปตรวจ คุณหมอได้อธิบายว่าสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ตนรู้สึกกลัวจนตั้งใจจะเลิกให้ได้ และขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่อยากจะเลิกเพราะรู้ว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมาก กำลังใจจากคนรอบข้าง คนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เชื่อว่าหากตั้งใจจริงก็จะสามารถเลิกได้อย่างแน่นอน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเองด้วย ตอนนี้เลิกมาได้หนึ่งปีแล้ว ชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คนรอบข้างก็ไม่ต้องมารับพิษภัยจากควันบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเราด้วย.



