เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 หลังประชุม ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีภาพปรากฏบนสื่อออนไลน์ว่า มีโมเดลผลไม้ส้มขนาดใหญ่ 2 ลูก ตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจกใสภายในห้องทำงานนายกฯ ซึ่งมีคนไปตีความว่าแปลว่าขังส้มหรือไม่

นายกฯ หัวเราะ ส่ายศีรษะ และกล่าวว่า “ไร้สาระจริงๆ เลย โอ๊ยตายแล้ว” เมื่อถามว่า เป็นส้มอะไร ส้มมงคลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่บอก ไม่เกี่ยว มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาเผยแพร่ หากส้มไม่อยู่ในกล่องแล้วจะไปอยู่ที่ไหน อย่ามาถามเรื่องแบบนี้ ประชาชนได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร มันเป็นอุปสรรคการทำงานของรัฐบาลไหม ไม่ใช่ก็ไม่ควรจะต้องถาม” เลยไม่ทราบว่า ส้มนั้นเพื่อประดับ เพื่อมู สะกดพลัง หรือตัดไม้ข่มหนามอะไรหรือไม่
“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์ หรือท่าเรือสองฝั่ง ฝั่งอันดามันที่ระนอง และฝั่งอ่าวไทยที่ชุมพร โดยใช้ระบบรางเชื่อม จะต้องเดินหน้าต่อ เหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทย สร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย เพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร ที่มีผู้วิจารณ์ว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์ เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้นๆ ลงๆ ทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลว่าจริงหรือไม่
“แลนด์บริดจ์จะเริ่มปีนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น่าจะช่วงเดือน มิ.ย. จนถึงเดือน ก.ค. จะเร่งนับหนึ่งให้ได้ในปีนี้ ก่อสร้างโดยเรียกประมูลทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน งบประมาณตั้งไว้ 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน เราจะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เอกชนมาลงทุน

เรื่องการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ก็ต้องทำ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด เอ็นจีโอก็ตั้งท่าอยู่แล้ว” พิพัฒน์ กล่าว และว่า เขาจะลงพื้นที่เพื่อดูโครงการแลนด์บริดจ์ช่วงเดือน พ.ค. นี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
พิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ตนได้เสนอ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คาดว่าจะจัดประชุม ครม.สัญจรได้ช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้ ยุทธศาสตร์ทางภาคใต้ได้มีการวางไว้แล้วในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการพัฒนาในเรื่องอาชีพ โดยโครงการที่เป็นเรือธงในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้จะเป็นเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ในส่วนของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทำเรื่องพืชพลังงาน ในการขอให้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลลงในพื้นที่ ซึ่งมีนักลงทุนที่ให้การสนับสนุน จะเป็นการสร้างอาชีพ
นายกฯ หนู ให้สัมภาษณ์เรื่องแลนด์บริดจ์ว่า เราศึกษาและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้างรูปแบบที่ทำให้เกิดขึ้น และวันนี้มีเหตุผลต้องนำขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการพูดถึงกันว่าใครจะแสดงความเป็นผู้ครอบครองช่องทางขนส่ง หากไทยมีสิ่งที่สามารถพึ่งพาได้เกิดประโยชน์และรายได้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเราก็ต้องเร่งพิจารณา
เมื่อถามว่าจะทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันเป็นเรื่องของส่วนรวม”
อนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการคนละครึ่งพลัส ว่า เขาวางไทม์ไลน์ว่าจะเดินหน้าเดือน มิ.ย. ก็ต้องเข้า ครม. ตั้งแต่ช่วงนี้ถึงช่วงเดือน พ.ค. เมื่อไม่ใช่คนละครึ่ง (รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40) แล้ว ก็ใช่คำว่าไทยช่วยไทยพลัส พยายามจัดสรรเพื่อมาแบ่งเบาภาระประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือประชาชนทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาในระบบ จากเดิมโครงการ 2 เดือน ก็เพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 จำนวน 4 เดือน รวมเป็น 4,000 บาท
“ผมเห็นชอบในหลักการ หรือยังคุยกับเรา หรือยังพร้อมสนับสนุนไหม แต่รายละเอียดขอความกรุณาถาม รมต.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ถ้าผมตอบไปคนอื่นไม่กล้าทำงานพอดี” เมื่อถามต่อว่าจะสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาของพรรคใด นายอนุทิน กล่าวว่า “ของพรรคภูมิใจไทย”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2569 โดยมีบรรดากรรมการบริหารพรรคและสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน บางส่วนประชุมผ่านระบบออนไลน์ “หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า การทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านซึ่งพรรคมีเพียงแค่ 21 เสียง แต่เสียงของเราดังพอสมควร สส. ทุกคนตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภา ไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ เสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปรายเช่นการอภิปรายนโยบายรัฐบาล ให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็งมีเหตุและผล มีความพร้อมความสร้างสรรค์ มีข้อเสนอแนะ รวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ของสังคมเศรษฐกิจการเมืองในทุกๆ เรื่อง
ทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นนอกสภา จะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไปคือช่วงเดือน ก.ค. จะพยายามประสานกับทุก กมธ.สามัญของสภา ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งใน กมธ. เป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ผู้ชำนาญการหรือเลขาฯ อะไรก็แล้วแต่ ตามระเบียบของสภา อยากให้ผู้ที่มีประสบการณ์ อดีตรัฐมนตรี อดีต สส. ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงาน กมธ. เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจ
ที่ ธ.ก.ส.อุดรธานี “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และรัฐมนตรีจากเพื่อไทย เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” นายยศชนัน กล่าวว่า นี่คือการนำองค์ความรู้มาผสมผสานกับเทคโนโลยี เปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยแบบเหมาจ่าย มาเป็นการใช้ปุ๋ยที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อสภาพดินในพื้นที่นั้นๆ ให้ช่วยลดต้นทุนลงได้ถึง 40-60% นำร่องที่สหกรณ์ใน จ.อุดรธานี

ตั้งเป้าขยายไปยังสหกรณ์ต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพก่อนขยายผลทั่วประเทศ ให้เกษตรกรเข้าถึง “แม่ปุ๋ย” ที่เหมาะสมกับดินและพืชของตนเอง ผ่านเครื่องมือที่จับต้องได้ง่าย เช่น แอปพลิเคชันจากกระทรวงเกษตรฯ
วัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด ผสมผสานระหว่างปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน เป็นทางออกสำคัญในการลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว และช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีต่อเนื่องยาวนาน ด้วยการเติมอินทรียวัตถุกลับคืนสู่ดินอย่างน้อย 10% สำหรับโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการแก้ปัญหาปากท้องอย่างตรงจุด โดยในระยะแรกมีแผนดำเนินงาน 6 เดือน สิ้นสุดเดือน ก.ย. มุ่งเน้นการติดตั้งชุดเครื่องผสมปุ๋ย และแพลตฟอร์มอัจฉริยะให้แก่สหกรณ์การเกษตรส่งต่อเกษตรกร
ที่สวนสมพงษ์ (ทุเรียน 100 ล้าน) ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี “รมต.แต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและรับฟังปัญหาทุเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีรายงานว่า ทุเรียนมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 30% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวก รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปเตรียมการทำตลาดและเดินหน้าโฆษณาที่ประเทศจีนแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันมูลค่าการส่งออกทุเรียนไทยในปีนี้ให้สูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งทำยอดไว้ได้กว่า 140,000 ล้านบาท
จากนั้น รมว.พาณิชย์ เป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างกรมการค้าภายในกับแพลตฟอร์ม TIKTOK โดยมีระยะเวลาความร่วมมือ 2 ปี เพื่อบูรณาการการทำงานในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าผลไม้ และวิสาหกิจชุมชนของไทย ให้สามารถขยายช่องทางธุรกิจผ่านการทำไลฟ์สตรีมมิง ซึ่งภายในงานมีการเชิญครีเอเตอร์มาร่วมไลฟ์สดขายสินค้า
ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท จ.กระบี่ “รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการพบหารือกับ นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า ไม่ได้หารือเรื่อง MOU44 เรื่องนี้ต้องแจ้งฝ่ายกัมพูชา และดูท่าทีเขาว่าเป็นอย่างไร หากเขาไม่เห็นด้วย ก็คงต้องเจรจากันต่อไป การยกเลิกนั้นเรารู้ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป อาจจะมีกรอบความร่วมมือใหม่ที่ดีกว่า

ถ้ากัมพูชาต้องการให้ไทยใช้กลไกทวิภาคี ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา เป็นสิ่งที่ดี แต่เขายังไปพูดเรื่องที่ไม่ดีต่อประเทศไทยในเวทีต่างๆ จึงอยากจะให้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หลีกเลี่ยงการกล่าวอะไรที่กระทบกระทั่ง และหลีกเลี่ยงการใช้วิธีกดดันทั้งที่เรายังไม่พร้อม จีนพร้อมอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองประเทศได้เจอกัน แต่จีนไม่ต้องการที่จะแทรกแซง
สีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงเรื่องเอ็มโอยูปี 2543 ว่า อยากให้การหารือเป็นไปอย่างกว้างขวาง และอยากจะฟังเสียงของทุกฝ่าย มองกันด้วยข้อเท็จจริงว่าเอ็มโอยูปี 2543 มีความคืบหน้า และมีการปักปันเขตแดนไปพอสมควรแล้ว แต่พอมีการปะทะกันการทำงานของคณะเจบีซีต้องหยุดชะงัก ข้อกังวลเรื่องอัตราส่วนแผนที่ 1:200,000 นั้น ก็ต้องมาดูเนื้อหาที่เขียนในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ขณะเดียวกันเราสามารถนำแผนที่อัตราส่วน 1:50,000 ขึ้นมาเจรจาได้ ไม่ใช่ว่ามีเอ็มโอยูปี 2543 แล้วไทยจะเสียเปรียบ เพราะตรงไหนที่เจรจาแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ผลประโยชน์ของไทย เราก็ยังไม่ต้องไปตกลงแล้วไปจุดอื่น
“ทีมข่าวการเมือง”



