เมื่อวันที่ 17:00 น. วันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมกับ ผู้ประกอบการสมาคมธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและการขายสินค้าอัตโนมัติ (AGVB) ได้จัดการประชุมหารือเพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการขับเคลื่อน ธุรกิจเกมอาเขต ตู้คีบ และตู้ขายสินค้าอัตโนมัติในห้างสรรพสินค้าให้ดำเนินการอย่างถูกกฎหมายและโปร่งใส ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและตู้คีบของรางวัลจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า 30 ราย ต่างมีความตั้งใจเดียวกันในการผลักดันให้เกิดการจัดระเบียบอุตสาหกรรมให้ชัดเจน เนื่องจากธุรกิจนี้เป็นกิจกรรม เพื่อความบันเทิงและสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี และหากมีการบริหารจัดการและควบคุมให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจน คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

นายชณทัต ปัทมะภูวดล กล่าวว่า จากปัญหาที่ได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ประกอบการถึงคำสั่งของ กระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมา ที่มีการตีความครอบคลุมตู้คีบและตู้เกมทุกประเภท ทำให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและชำระภาษีอย่างโปร่งใสได้รับผลกระทบโดยตรง จึงเกิดการรวมตัวของภาคเอกชนเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา เสนอข้อคิดเห็น และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดการจัดระเบียบที่แยกแยะระหว่าง “ธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อความบันเทิง” กับ “กิจกรรมที่เข้าข่ายการพนัน” อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน การประชุมครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างระบบนิเวศของธุรกิจสร้างสรรค์ที่โปร่งใส เป็นมิตรต่อเยาวชน และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ โดยยึดหลัก “ทำถูกกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้” เพื่อให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมเครื่องเล่นเกมที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล




