สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่านายโมฮัมหมัด ซาบู รมว.เกษตรของมาเลเซีย กล่าวว่า ระหว่างปี 2563-2567 การส่งออกทุเรียนของมาเลเซียไปยังยุโรปเพิ่มขึ้น 162% ขณะที่การส่งออกไปยังอเมริกาเหนือ และตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้น 5.2% และ 8.8% ตามลำดับ

การเติบโตนี้เกิดจากความพยายามร่วมกันในการขยายตลาดส่งออก และส่งเสริมทุเรียนพันธุ์พรีเมียมของมาเลเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียนพันธุ์ “มูซังคิง” ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมากในระดับนานาชาติ

จีนยังคงเป็นจุดหมายปลายทางการส่งออกหลัก โดยมีมูลค่าการส่งออก 1,190 ล้านริงกิต (ราว 9,189 ล้านบาท) เมื่อปี 2566 ตามมาด้วยฮ่องกง 101 ล้านริงกิต (ราว 778 ล้านบาท) สิงคโปร์ 76 ล้านริงกิต (ราว 585 ล้านบาท) อินโดนีเซีย 58 ล้านริงกิต (ราว 447 ล้านบาท) และสหรัฐอเมริกา 35.4 ล้านริงกิต (ราว 272 ล้านบาท)

โดยรวมแล้ว การส่งออกทุเรียนเพิ่มขึ้นจาก 570.8 ล้านริงกิต (ราว 4,399 ล้านบาท) เมื่อปี 2563 เป็น 1,500 ล้านริงกิต (ราว 11,561 ล้านบาท) เมื่อปี 2566 ก่อนที่จะลดลงเล็กน้อยเป็น 1,180 ล้านริงกิต (ราว 9,094 ล้านบาท) เมื่อปี 2567

เพื่อกระตุ้นการส่งออก กระทรวงเกษตรของมาเลเซีย กำลังช่วยเหลือสวนผลไม้ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของมาเลเซีย (จีเอพี) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับการส่งออก ซึ่งในปัจจุบันมีสวนทุเรียนที่ได้รับการรับรองแล้ว 1,933 แห่งทั่วประเทศ.

เครดิตภาพ : AFP