สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า นายเซอร์คาน ซากโซซ เจ้าของร่วมของร้านกาแฟ “ยูลิธ” (Julith) ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของเมืองดูไบ เริ่มจำหน่ายกาแฟซึ่งมีราคาแพงที่สุดในโลก สนนราคาแก้วละ 3,600 ดีแรห์ม (ราว 31,756.06 บาท) และมีจำหน่ายวันละประมาณ 400 แก้วเท่านั้น
ซากโซซ กล่าวว่า กาแฟแก้วนี้ใช้เมล็ดกาแฟ “นิโด 7เอฟซี” จากปานามา มอบประสบการณ์รสชาติแบบดอกไม้และผลไม้ที่ชวนให้นึกถึงชา โดยมีกลิ่นของดอกไม้สีขาวอย่างดอกมะลิ รสชาติเปรี้ยวแบบสดชื่นของส้มและมะกรูด อีกทั้งยังมีกลิ่นของพีชและแอปริคอตผสมอยู่ด้วยเล็กน้อย ให้ความรู้สึกโดยรวมเหมือนการดื่มน้ำผึ้ง ที่มีรสชาติละมุนละไม และมีความหอมหวาน

ซากโซซกล่าวอีกว่า กว่าจะได้เมล็ดกาแฟชนิดนี้มา ต้องมีการประมูลอย่างดุเดือดนานหลายชั่วโมง โดยเมล็ดกาแฟน้ำหนัก 20 กิโลกรัม มีราคาสูงถึง 2.2 ล้านดีแรห์ม (ราว 19.4 ล้านบาท)
For nearly $1,000 a cup, a cafe in Dubai is offering the world's most expensive coffee!
— The Peninsula Qatar (@PeninsulaQatar) October 31, 2025
➡️ https://t.co/hZX34lvZpy#Coffee #Dubai #UAE pic.twitter.com/aUF36xDdOa
อนึ่ง “โรสเตอร์ส” (Roasters) ซึ่งเป็นร้านกาแฟอีกแห่งในเมืองดูไบ เพิ่งได้รับการรับรองสถิติโลกอย่างเป็นทางการจาก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ด้วยการขายกาแฟราคาแพงที่สุด แก้วละ 2,500 ดีแรห์ม (ราว 22,052.82 บาท) ซึ่งเป็นการใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์ “ปานามา เกอิชา” ซึ่งหาได้ยากมาก จากไร่กาแฟแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟบารู ในปานามา
อย่างไรก็ดี เทรนด์กาแฟแพงในเมืองดูไบเรียกเสียงวิจารณ์จากประชาชนไม่น้อยเช่นกัน หลายคนกล่าวว่า “ราคาแพงจนน่าสะพรึง” และเรื่องนี้ “น่าจะเป็นเพียงการซื้อประสบการณ์ของคนรวยบางกลุ่ม” ทั้งนี้ทั้งนั้น “ที่นี่คือดูไบ” สื่อว่า การแสวงหาความหรูหรา “เป็นเรื่องปกติ”.
เครดิตภาพ : AFP



