สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า นายเซอร์คาน ซากโซซ เจ้าของร่วมของร้านกาแฟ “ยูลิธ” (Julith) ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจของเมืองดูไบ เริ่มจำหน่ายกาแฟซึ่งมีราคาแพงที่สุดในโลก สนนราคาแก้วละ 3,600 ดีแรห์ม (ราว 31,756.06 บาท) และมีจำหน่ายวันละประมาณ 400 แก้วเท่านั้น


ซากโซซ กล่าวว่า กาแฟแก้วนี้ใช้เมล็ดกาแฟ “นิโด 7เอฟซี” จากปานามา มอบประสบการณ์รสชาติแบบดอกไม้และผลไม้ที่ชวนให้นึกถึงชา โดยมีกลิ่นของดอกไม้สีขาวอย่างดอกมะลิ รสชาติเปรี้ยวแบบสดชื่นของส้มและมะกรูด อีกทั้งยังมีกลิ่นของพีชและแอปริคอตผสมอยู่ด้วยเล็กน้อย ให้ความรู้สึกโดยรวมเหมือนการดื่มน้ำผึ้ง ที่มีรสชาติละมุนละไม และมีความหอมหวาน

กาแฟจากเมล็ดกาแฟปานามา สายพันธุ์ “นิโด 7เอฟซี” สนนราคาแก้วละ 3,600 ดีแรห์ม (ราว 31,756.06 บาท) ที่ร้านยูลิธ ในเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)


ซากโซซกล่าวอีกว่า กว่าจะได้เมล็ดกาแฟชนิดนี้มา ต้องมีการประมูลอย่างดุเดือดนานหลายชั่วโมง โดยเมล็ดกาแฟน้ำหนัก 20 กิโลกรัม มีราคาสูงถึง 2.2 ล้านดีแรห์ม (ราว 19.4 ล้านบาท)


อนึ่ง “โรสเตอร์ส” (Roasters) ซึ่งเป็นร้านกาแฟอีกแห่งในเมืองดูไบ เพิ่งได้รับการรับรองสถิติโลกอย่างเป็นทางการจาก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ด้วยการขายกาแฟราคาแพงที่สุด แก้วละ 2,500 ดีแรห์ม (ราว 22,052.82 บาท) ซึ่งเป็นการใช้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์ “ปานามา เกอิชา” ซึ่งหาได้ยากมาก จากไร่กาแฟแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟบารู ในปานามา


อย่างไรก็ดี เทรนด์กาแฟแพงในเมืองดูไบเรียกเสียงวิจารณ์จากประชาชนไม่น้อยเช่นกัน หลายคนกล่าวว่า “ราคาแพงจนน่าสะพรึง” และเรื่องนี้ “น่าจะเป็นเพียงการซื้อประสบการณ์ของคนรวยบางกลุ่ม” ทั้งนี้ทั้งนั้น “ที่นี่คือดูไบ” สื่อว่า การแสวงหาความหรูหรา “เป็นเรื่องปกติ”.

เครดิตภาพ : AFP