สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่าผู้สูงอายุที่ฟังเพลงเป็นประจำยังมีอัตราการบกพร่องทางการรู้คิดลดลงราว 17% รวมถึงมีคะแนนด้านการรู้คิดโดยรวมและความจำอาศัยเหตุการณ์ ( episodic memory ) ซึ่งใช้สำหรับนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่ผ่านมาในระดับสูงกว่า ส่วนการเล่นเครื่องดนตรีเชื่อมโยงกับความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อม ลดลง 35%


วารสารจิตเวชศาสตร์ผู้สูงอายุนานาชาติ ( International Journal of Geriatric Psychiatry ) ซึ่งเผยแพร่ผลการศึกษาดังกล่าว ระบุว่า กลุ่มผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ฟังเพลงและเล่นดนตรีเป็นประจำมีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อมลดลง 33% และอัตราการบกพร่องทางการรู้คิดลดลง 22%


การศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลจากแอสไพริน อิน รีดิวซิง อีเวนท์ส อิน ดิ เอลเดอร์ลี ( ASPREE ) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของยาแอสไพรินโดสต่ำต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ รวมถึงการศึกษาย่อยแอสไพริน อิน รีดิวซิง อีเวนท์ส อิน ดิ เอลเดอร์ลี ลองจิทูดินัล สตัดดี ออฟ โอลเดอร์ เพอร์ซันส์ ( ASPREE Longitudinal Study of Older Persons )


นางเอ็มมา จาฟฟา หัวหน้าคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่า ผลการศึกษาชี้ว่ากิจกรรมดนตรีอาจเป็นกลยุทธ์ที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับการรักษาสุขภาพทางปัญญาในผู้สูงอายุ แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุความเป็นเหตุเป็นผลได้


อนึ่ง ประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นประเด็นสาธารณสุขระดับโลก เนื่องจากอายุที่ยืนยาวขึ้นทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับความแก่ชราอย่างภาวะสมองเสื่อมและภาวะการรู้คิดเสื่อมเพิ่มขึ้น


นางโจแอนน์ ไรอัน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยโมนาช ผู้เขียนอาวุโสของผลการศึกษาชิ้นนี้ กล่าวว่า หลักฐานบ่งชี้กรณีสมองเสื่อมไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุและพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว แต่อาจได้รับอิทธิพลจากการเลือกสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของแต่ละคนอีกด้วย พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาภาวะสมองเสื่อม การแทรกแซงตามวิถีชีวิต เช่น ฟังและ/หรือเล่นดนตรี อาจส่งเสริมสุขภาพทางปัญญา และอาจช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES