“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการพื้นฐานทางบกและอากาศ (คชก.) เมื่อเดือน ต.ค.2568 ได้ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) แก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ อีกหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรสัตว์ป่า ที่อยู่ในบริเวณที่มีการก่อสร้างแนวเส้นทางรถไฟ ให้เพิ่มข้อมูลสัตว์ป่า รวมถึงมาตรการการดูแล และคันทางรถไฟที่สูง 7 เมตร กังวลว่าจะบดบังทัศนียภาพ

สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ มีระยะทาง 250 กิโลเมตร(กม.) เป็นรถไฟทางคู่สายใหม่ ขนาดราง 1.00 เมตร (Meter Gauge) เป็นทางระดับพื้น ระยะทาง 194 กม. ทางยกระดับ ระยะทาง 26.4 กม. และอุโมงค์ ระยะทาง 29.6 กม. ได้รับการบรรจุอยู่ในแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุม และเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศ และรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-Map) ระยะกลาง ดำเนินการปี 2571-2575 ปัจจุบัน รฟท. ศึกษาสำรวจ ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงาน EIA แล้วเสร็จ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายงาน EIA ของ คชก. ก่อนเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาต่อไป

ผลการศึกษาสรุปไว้ว่าการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ สายแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ มีความคุ้มค่า และเหมาะสมทางเศรษฐศาสตร์ มีอัตราผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) 13.47% ควรได้รับการพัฒนาตลอดทั้งเส้นทางในคราวเดียวกัน มีวงเงินลงทุน 1.08 แสนล้านบาทแบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 1.01 แสนล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 3.89 พันล้านบาท และค่าบริการที่ปรึกษา 2.68 พันล้านบาท แนวเส้นทางรถไฟ เริ่มต้นที่สถานีบึงเสนาท อ.เมือง จ.นครสวรรค์ และสิ้นสุดที่สถานีด่านแม่สอด อ.แม่สอดจ.ตาก มีสถานีรวม 27 แห่ง

ทั้งนี้ในรายงาน EIA ระบุว่า บริเวณที่จะก่อสร้างรถไฟสายแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ ใช้พื้นที่ป่าไม้ประมาณ 725 ไร่ ตัดผ่านพื้นที่ 4 อุทยานแห่งชาติ ประเมินเป็นผลกระทบด้านลบระดับปานกลาง เมื่อมีการเปิดพื้นที่เพื่อการก่อสร้าง ต้องตัดฟันต้นไม้ใหญ่ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเกิน 4.5 เซนติเมตร น้อยกว่า 22,330 ต้นลูกไม้ ไม่น้อยกว่า 17,400 ต้น กล้าไม้ ไม่น้อยกว่า 118,900 ต้น โดยปริมาณการสูญเสียต้นไม้ ถือว่าอยู่ในระดับน้อยซึ่ง รฟท. จะปลูกป่า เพื่อทดแทนพื้นที่ป่าที่สูญเสียไป เป็นจำนวน 1,450 ไร่ หรือไม่น้อยกว่า 2 เท่าของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่สูญเสียไป

ส่วนทรัพยากรสัตว์ป่า จากการประเมินพบว่า ในระยะดำเนินการมีผลกระทบด้านลบระดับน้อย สัตว์ป่าบางชนิดสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่โครงการได้ หรือใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องจากการดำเนินโครงการได้ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสัตว์ป่า เป็นผลกระทบเพียงเล็กน้อย และในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นใหม่ภายหลังการก่อสร้างจะไม่แตกต่างจากสภาพเดิมมากนัก ดังนั้นภายหลังการก่อสร้างจึงประเมินว่า ไม่มีผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์ป่า

สำหรับมาตรการป้องกัน และลดผลกระทบ หากพบสัตว์ป่าต้องให้โอกาสกับสัตว์ป่าได้หลบเลี่ยงออกไปจากพื้นที่บริเวณนั้นได้อย่างปลอดภัย หรือประสานกับเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดำเนินการนำไปปล่อยนอกเขตพื้นที่ก่อสร้างพร้อมทั้งเร่งดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อลดการรบกวนสัตว์ป่า และเพื่อให้ผลกระทบลักษณะอื่นที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์ป่ามีช่วงเวลาสั้นที่สุด และจะต้องฟื้นฟู ดูแลและบำรุงรักษาสภาพป่าให้มีสภาพใกล้เคียงกับสภาพปัจจุบันโดยเร็ว.



