เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ผ่านเพจ “หมอเจด” ระบุว่า ผู้สูงอายุจำนวนมากมักให้ความสำคัญกับโรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคข้อเสื่อม แต่แท้จริงแล้ว “ระบบทางเดินอาหาร” ก็เสื่อมตามวัยเช่นกัน ทั้งจากอายุที่เพิ่มขึ้น ยาที่ต้องรับประทานต่อเนื่อง รวมถึงโรคเรื้อรังสะสม ซึ่งล้วนส่งผลให้เกิดปัญหาทางเดินอาหารได้ง่าย

นพ.เจษฎ์ อธิบายว่า โรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุมีอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

1. แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
เกิดจากการใช้ยาแก้ปวดข้อกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ เช่น ibuprofen หรือ diclofenac ซึ่งทำให้เยื่อบุกระเพาะบางลง ประกอบกับร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลง อาการที่ต้องเฝ้าระวังคือ ปวดแสบบริเวณลิ้นปี่ คลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายดำ มีเลือดปนในอุจจาระ
คำแนะนำ: ควรกินยาหลังอาหารทุกครั้ง และรับประทานยาลดกรดหรือยาเคลือบกระเพาะตามคำสั่งแพทย์

2. ท้องผูกเรื้อรัง
เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งลำไส้ทำงานช้าลง ดื่มน้ำน้อย รับประทานผักผลไม้น้อย หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดัน ยาแก้ปวดบางประเภท
คำแนะนำ: ดื่มน้ำวันละ 6–8 แก้ว กินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช และฝึกเข้าห้องน้ำเวลาเดิมทุกวัน

3. กรดไหลย้อน (GERD)
เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารเสื่อม ทำให้กรดย้อนขึ้นมาได้ง่าย อีกทั้งหากน้ำหนักเกินยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
อาการที่พบบ่อย: แสบร้อนกลางอก เรอบ่อย ขมคอ หรือไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
คำแนะนำ: กินมื้อเล็กแต่บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด กาแฟ และอย่านอนทันทีหลังอาหาร

4. โรคตับและถุงน้ำดี
พบบ่อยในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่อง หรือมีภาวะไขมันพอกตับจากการรับประทานอาหารมันและไม่ออกกำลังกาย ส่วน “นิ่วในถุงน้ำดี” พบมากในผู้หญิงอายุเกิน 60 ปี
อาการเตือน: ปวดชายโครงขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือคลื่นไส้หลังรับประทานอาหารมัน ๆ
คำแนะนำ: ลดอาหารมัน ทอด และตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องตามคำแนะนำของแพทย์

5. มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
พบมากในผู้สูงอายุ เนื่องจากเซลล์ผิดปกติใช้เวลาสะสมหลายสิบปี โดยเฉพาะผู้ที่กินผักผลไม้น้อย แต่บริโภคเนื้อแดงและอาหารมันบ่อย
สัญญาณเตือน: ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
คำแนะนำ: ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ตั้งแต่อายุ 45–50 ปี และปรับพฤติกรรมการกิน–ออกกำลังกาย

นพ.เจษฎ์ ฝากทิ้งท้ายว่า ผู้สูงอายุไม่ได้มีเพียงความเสื่อมของข้อหรือหัวใจเท่านั้น แต่ “ระบบทางเดินอาหาร” ก็ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน เพราะสามารถป้องกันได้ด้วยการกินอาหารที่สมดุล ดื่มน้ำให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพเป็นระยะ
“ถ้าผู้สูงอายุบ่นเรื่องท้อง อย่ามองข้ามครับ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคสำคัญที่หากตรวจพบเร็ว ยังรักษาได้ทันเวลา” หมอเจดกล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณเพจ หมอเจด