สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งระบุว่า สหรัฐจะไม่ส่งตัวแทนระดับสูงเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 30 ที่เมืองเบเล็ง ทางตอนเหนือของบราซิล
เขาเสริมว่า ประธานาธิบดีกำลังพูดคุยกับผู้นำทั่วโลกโดยตรง เกี่ยวกับประเด็นด้านพลังงาน ซึ่งเห็นได้ชัดจากข้อตกลงการค้า และข้อตกลงสันติภาพในอดีต ที่ล้วนมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือด้านพลังงาน
รัฐบาลบราซิลเปิดเผย เมื่อวันศุกร์ (31 ต.ค.) ว่ามีผู้นำโลกยังไม่ถึง 60 คน ซึ่งยืนยันการเข้าร่วมการประชุมคอป30 ระหว่างวันที่ 6-7 พ.ย. และ 10-21 พ.ย.
President Trump won't send "high-level" representatives to the COP30 climate summit https://t.co/ojyiZh32i8
— The Hill (@thehill) October 31, 2025
ส่วนประเทศที่ยืนยันการเข้าร่วม ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โคลอมเบีย ชิลี กาบูเวร์ดี และไลบีเรีย
ขณะเดียวกัน จีนประกาศว่า นายติง เซวียเสียง รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้แทนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เข้าร่วมการประชุมคอป30
ทั้งนี้ ทรัมป์ถอนตัวออกจากความตกลงปารีสในสมัยแรก แต่รัฐบาลวอชิงตันชุดต่อมาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน นำสหรัฐกลับเข้าร่วมเป็นภาคี เมื่อทรัมป์หวนกลับมาเป็นผู้นำสหรัฐอีก จึงเดินหน้ามาตรการหลายอย่าง รวมถึงการถอนตัวออกจากความตกลงปารีสอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลก และขู่ใช้มาตรการตอบโต้ประเทศที่สนับสนุนข้อตกลง ภาษีคาร์บอนการเดินเรือระหว่างประเทศ
นอกจากนั้น ผู้สนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมยังแสดงความกังวลว่า สหรัฐอาจพยายามถอนตัวออกจากอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสนับสนุนความตกลงปารีส
แม้รัฐบาลของทรัมป์ดูเหมือนที่จะเพิกเฉยต่อการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า ผู้นำทั้งในระดับรัฐ และระดับท้องถิ่น รวมถึงผู้ว่าการรัฐ และนายกเทศมนตรี จากมากกว่า 100 ประเทศ จะยังคงเข้าร่วมการเจรจา.
เครดิตภาพ : AFP



