บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ประสบความสำเร็จในการเสนอขาย หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) เป็นครั้งแรกของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งในประเทศไทย ด้วยมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7.5 พันล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาศูนย์การค้าและร้านค้าในเครือ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด สอดรับกับกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางReNEWขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้แบ่งเป็น Green Bond มูลค่า 1 พันล้านบาท และหุ้นกู้ทั่วไปอีก 2 ชุด มูลค่ารวม 6.5 พันล้านบาท โดยเสนอขายให้กับผู้ลงทุนสถาบันและได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมด้วยยอดจองซื้อรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท หรือมากกว่า 4 เท่าของมูลค่าที่เสนอขายทั้งหมด สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพทางธุรกิจ สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ CRC

‘ปเนต มหรรฆานุรักษ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การออก Green Bond นับเป็นก้าวสำคัญที่ยืนยันความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ‘Retail and Wholesale for All’ และปรัชญา ‘CRC Care’ โดยเงินระดมทุน 1 พันล้านบาทจาก Green Bond จะนำไปใช้ทดแทนเงินลงทุนเดิมในโครงการพลังงานหมุนเวียน ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 9 หมื่นเมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 4.5 หมื่นตันต่อปี ขณะที่เงินจากหุ้นกู้ทั่วไปอีก 6.5 พันล้านบาท จะนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้บางส่วนแก่สถาบันการเงิน เพื่อบริหารจัดการโครงสร้างหนี้ให้มีประสิทธิภาพ

หุ้นกู้ทั้ง 3 ชุด มีอายุระหว่าง 3-5 ปี และอัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 1.63%-1.93% ต่อปี โดยมีธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกสิกรไทย ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านโครงสร้างหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Structuring Advisor) และ DNV (Thailand) Co., Ltd. เป็นผู้ประเมินอิสระภายนอก (External Reviewer) รับรองกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนของบริษัท

ปเนตกล่าวเพิ่มเติมว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารทางการเงิน เพื่อกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ควบคู่กับการปรับโครงสร้างหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุนทางการเงิน และเสริมสร้างความมั่นคงของโครงสร้างทุนให้สามารถรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมกล่าวขอบคุณนักลงทุนและสถาบันการเงินที่ให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนหุ้นกู้ของเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้สังคม และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังคงรักษาอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ ‘AA-’ แนวโน้ม ‘Stable’ จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติจากการติดอันดับ Top 3 บริษัทค้าปลีกที่มีความยั่งยืนสูงสุดในดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) โดยอยู่ในกลุ่มดัชนีโลกต่อเนื่อง 2 ปี และกลุ่มตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมทั้งติดกลุ่ม SET ESG Ratings ระดับ ‘AA’ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และการเติบโตเคียงคู่สังคมอย่างยั่งยืน