เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” โพสต์เตือนภัยใกล้ตัวถึงผลกระทบจากการใช้หน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกินขนาด โดยระบุว่า
“อยู่หน้าจอเยอะ สมองล้า ลูกเสี่ยงตายเร็ว… เด็กยุคนี้แทบทุกคนหน้าติดจอ พ่อแม่บางคนมองว่าสบายดี ได้พัก แต่หารู้ไม่ว่า ผลเสียอาจสะสมจนกระทบสุขภาพระยะยาว”
อาจารย์หมอสุรัตน์ เผยว่า งานวิจัยจากประเทศเดนมาร์ก (COPSAC Study) ที่ศึกษากลุ่มเด็กและวัยรุ่นกว่า 1,000 คน พบว่า ยิ่งใช้จอมาก ความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ น้ำตาลในเลือดสูง และรอบเอวเกินเกณฑ์
พร้อมชี้ว่า “การนอน” เป็นปัจจัยสำคัญ เด็กและวัยรุ่นที่นอนน้อยหรือเข้านอนดึก จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะร่างกายไม่มีเวลาฟื้นตัว และสมองไม่ได้ “ล้างพิษ” ในช่วงหลับลึก
ผลการวิเคราะห์ทางชีวเคมียังพบว่า เด็กที่ใช้จอมากมี “ลายนิ้วมือทางเมตาบอลิซึม” (Metabolic Signature) ที่แตกต่างอย่างชัดเจน เช่น ไขมันบางชนิดสูงขึ้น ไขมันดีลดลง สะท้อนว่าระบบเผาผลาญและฮอร์โมนเริ่มผิดปกติตั้งแต่วัยเด็ก และอาจส่งผลยาวถึงวัยผู้ใหญ่
หมอสุรัตน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการ “นั่งเฉย ๆ” เท่านั้น แต่มี “กลไกเฉพาะ” ที่จอส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย เช่น
- แสงสีฟ้า จากหน้าจอ รบกวนการสร้างเมลาโทนิน ทำให้นอนไม่ลึก
- ความเครียดเรื้อรัง จากการเสพเนื้อหาต่อเนื่อง กระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงโดยไม่รู้ตัว
- “ใช้จอเยอะ + นอนไม่พอ = เสี่ยงทวีคูณ” หมอสุรัตน์กล่าวย้ำ
พร้อมแนะนำให้พ่อแม่หันมาใส่ใจเรื่อง “เวลาเข้านอน” และจำกัดเวลาใช้จอของลูกอย่างจริงจัง เพราะผลกระทบจากจอไม่ใช่แค่เรื่องสายตา แต่เป็นภัยเงียบที่อาจสั้นอายุขัยของลูกหลานในระยะยาว
“เทคโนโลยีทำให้เรารักษาโรคได้ดีขึ้นก็จริง แต่ก็ทำให้เราป่วยมากขึ้นด้วย หากลดจอให้น้อยลง นอนให้ตรงเวลา… อายุอาจยืนขึ้นไปอีกหลายสิบปี” อจ.สุรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย.



