ที่ทุ่งศรีเมืองอุดรธานี นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายสมัคร บุญปก รองนายกองค์การบริหารส่วน จ.อุดรธานี นายสุมนชาติ แสงปัญญา ปศุสัตว์ จ.อุดรธานี พล.ต.ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 พ.ต.อ.จามร อันดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี นายพุทธาสิทธิ์ จันทร์เต็ม ประชาสัมพันธ์ จ.อุดรธานี นายพลกฤษ เรืองสุกใส นายอำเภอทุ่งฝน และนายพงษ์เทพ เลิศประเสริฐ์ นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย จ.อุดรธานี ในพระอุปถัมภ์ ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงานประกวดควายสวยงาม ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ครั้งที่ 4 “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก” ซึ่งกำหนดจัดขี้นระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2568 ณ พื้นที่โคกหนองโกสาธารณะ  ต.ทุ่งใหญ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ปละประชาชนร่วมงาน

จ.อุดรธานี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วน จ.อุดรธานี ปศุสัตว์ จ.อุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายใน จ.อุดรธานี สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย จ.อุดรธานี ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  ศูนย์อนุรักษ์และพัฒนาควายใน จ.อุดรธานี กำหนดจัดการประกวดควายสวยงาม “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก” โดยได้รับพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการเสด็จเป็นองค์ประธาน ประทานถ้วยรางวัลแก่เกษตรกรเจ้าของควายที่ชนะเลิศ  ในรุ่นควายยอดเยี่ยม (Grand champion) เพศผู้ เพศเมีย และรุ่นรองควายยอดเยี่ยม (Reserve Grand champion) เพศผู้ เพศเมีย รวม 4 รางวัล สร้างความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงควายที่ร่วมประกวด ซึ่งเดินทางมาจากทั่วประเทศ รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยในการประกวดครั้งนี้มีเกษตรกรแจ้งความจำนงส่งควายเข้าร่วมการประกวดถึง 350 ตัว

โดย จ.อุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิถีชีวิตและอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสาน ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านกสิกรรม ที่อาศัยวิถีธรรมชาติมาอย่างยาวนาน เช่น การปลูกข้าว โดยใช้แรงงานจากควายไทย มีการส่งเสริมการเลี้ยงควาย ทั้งโครงการจากรัฐ รวมถึงท้องถิ่น จากข้อมูลปี 2568  จ.อุดรธานีมีผู้เลี้ยงควายทั้งจังหวัดรวม 13,846 ราย จำนวนควาย 73,914 ตัว จ.อุดรธานี มีการส่งเสริมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย สืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นถิ่นอีสาน การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้านการท่องเที่ยวที่เป็นกลไกการขับเคลื่อนของจังหวัดในทุกมิติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นการเสริมสร้างจุดแข็งของการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จ.อุดรธานี ได้รับการยอมรับว่าสามารถรองรับการท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นฐานด้านวัฒนธรรม นวัตวิถี กระตุ้นให้เกษตรกรและผู้สนใจหันกลับมาเลี้ยงควายเพิ่มมากขึ้น เป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอดตำนานควายโบราณบ้านเชียง สืบสานตำนานวิถีคนวิถีควาย ส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสานและเพื่ออนุรักษ์ควายไทยให้เป็นมรดกของคนไทย และอยู่คู่วิถีสังคมไทยอย่างยั่งยืน แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงเช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง  กราบหลวงพ่อคำ อำเภอทุ่งฝน วังนาคินทร์คำชะโนด วัดป่าคำเจริญ วังนาคีวัดศรีดาราม เป็นต้น

ทั้งนี้ จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรีใน ระหว่าง พ.ศ. 2546-2547 ได้พบโครงกระดูกที่มีความสมบูรณ์ เช่น กระดูกควาย กระดูกปลาและกระดูกสุนัข ส่วนของโครงกระดูกควายนั้นไม่พบส่วนหัว โดยสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย และ ศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยข่อนแก่น ได้นำโครงกระดูกควายจากแหล่งโบราณคดีจากบ้านเชียง ไปตรวจพบผลตรวจ ดีเอ็นเอ เป็นกระดูกควายจริง บ่งชี้ว่าเป็น โครงกระดูกควาย อายุกว่า 3,000 ปี

การจัดงานครั้งนี้ ตั้งเป้าที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านค้าร้านอาหาร สินค้าการเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค สอดคล้องนโยบายของรัฐบาล 5F Soft power ปลูกต้นกล้าสร้างรายได้ กระตุ้นการท่องเที่ยวมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทและมีควายที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับ จ.อุดรธานี อย่างยั่งยืน จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวอุดรธานี ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยว และเกษตรกรที่จะมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมงาน “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก” วันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2568 ณ พื้นที่ โคกหนองโกสาธารณะ ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งฝน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น.เข้าชมฟรี