เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 พ.ย. 2568 ที่ สภ.หนองหาน น.ส.ประภาพร คำวันดี อายุ 47 ปี หรือครูจุ๋ม ชาว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พร้อมด้วยแฟนหนุ่ม (ไม่เปิดเผยชื่อ) เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.สำเนียง ศรีพรหม สว.(สอบสวน) สภ.หนองหาน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี รถตำรวจเฉี่ยวชน โดยได้เชิญ ร.ต.ท.มนูญ อำนาจเจริญ อายุ 55 ปี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่พนักงานรับแจ้งความ สภ.เมืองอุดรธานี คู่กรณีที่ก่อเหตุขับรถกระบะชนรถเก๋งของครูจุ๋มแล้วหลบหนี โดยทั้งหมดมาตามนัดหมาย เพื่อทำการเจรจาไกล่เกลี่ยเหตุที่เกิดขึ้น

เปิดใจ ‘ร.ต.ท.’ ซิ่งกระบะเฉี่ยวเก๋งครูสาวแล้วหนี ยันไม่เมาพร้อมขอโทษสังคม

เบื้องต้น พ.ต.ท.สำเนียง พนักงานสอบสวน ได้อธิบายถึงพฤติการณ์ของคู่กรณีแต่ละฝ่าย ซึ่งทาง ร.ต.ท.มนูญ ผู้ขับขี่รถกระบะ ได้ยอมรับผิดในข้อหา “ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย” ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด ส่วนเรื่องเมาแล้วขับ เจ้าตัวยืนยันว่าวันนั้นไม่ได้เมาสุรา เพียงแต่กินยาโรคเกาต์ จึงเกิดอาการเบลอสับสน จากนั้น ร.ต.ท.มนูญ ได้กล่าวขอโทษฝ่ายครูจุ๋มและแฟนหนุ่ม ว่าหลังเกิดเหตุมีอาการตกใจกลัว จึงกลับไปตั้งหลักก่อน และรับปากต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะระมัดระวังการขับขี่ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะหลังจากกินยาต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก ด้านครูจุ๋มและแฟนหนุ่มก็ให้อภัย ร.ต.ท.มนูญ ไม่ถือโทษหรือติดใจเอาความ พนักงานสอบสวนจึงลงบันทึกประจำตามความพึ่งพอใจของทั้งสองฝ่าย

ส่วนค่าเสียหายประกันแจ้งว่า จากการตรวจสอบตัวถังรถ เกิดความเสียหายทางด้านซ้ายเป็นแนวยาว เกิดความเสียหายต่อชิ้นส่วนรถเก๋งประมาณ 6 ชั้น ประเมินค่าซ่อมทั้งหมดแล้วประมาณ 25,000 บาท ซึ่ง ร.ต.ท.มนูญ ได้ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โดยไม่มีการต่อรองใดๆ และเรื่องทะเบียนรถกระบะของ ร.ต.ท.มนูญ ที่ตรวจสอบพบว่าเป็นทะเบียนสวม อ้างว่า อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ช่วยสืบสวนทางคดี จึงต้องสวมทะเบียนรถคันนี้ ซึ่งจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ตามลำดับขั้นต่อไป

พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ร.ต.ท.มนูญ ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ประจำวัน สภ.เมืองอุดรธานี และขับรถเฉี่ยวชนแล้วหลบหนีตามที่เป็นข่าวจริง หากการเจรจากันแล้ว ทางตำรวจไม่เยียวยาให้คู่กรณีตามที่ควรจนคู่กรณีพอใจ เพราะกระทำผิดจริง ทางต้นสังกัดก็จะมีการพิจารณาลงโทษทางวินัย เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับข้าราชการตำรวจคนอื่น ทั้งนี้ต้องรอผลสอบสวนจากพนักงานสอบสวนก่อนว่าจะผิดวินัยอะไรบ้าง หากมีพฤติกรรมตามที่เป็นข่าว ก็ต้องมีการลงโทษทางวินัยและอาญา ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป