สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวโป๋หยูจะถือหุ้นสูงสุด 60% ในบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ ซึ่งบริหารร้านสตาร์บัคส์ 8,000 สาขาทั่วประเทศจีน ขณะที่สตาร์บัคส์จะยังคงถือหุ้น 40% และยังคงเป็นเจ้าของแบรนด์ และทรัพย์สินทางปัญญา
สตาร์บัคส์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ยอดขายจากสาขาเดิมในจีนไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งกลับลดลง
ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัทคาดว่า มูลค่ารวมของธุรกิจค้าปลีกจะสูงกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 422,759 ล้านบาท) ซึ่งรวมไปถึงรายได้จากการขาย ส่วนแบ่งกำไร และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในอีก 10 ปีข้างหน้า
Starbucks Sells 60% Stake in China Unit. Investors Wait for Real Improvement. https://t.co/ZnIjr9veeu
— Barron's (@barronsonline) November 3, 2025
ด้านนายไบรอัน นิคโคล ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสตาร์บัคส์ กล่าวว่า ความรู้และความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นอันลึกซึ้งของโป๋หยู จะช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจในจีน โดยเฉพาะในเมืองขนาดเล็ก และภูมิภาคใหม่ ๆ
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าว่า จะขยายสาขาให้มากถึง 20,000 สาขาในอนาคต และสำนักงานใหญ่ยังคงตั้งอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้
ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อตกลงคาดว่าจะเสร็จสิ้นในไตรมาสที่สอง ของปีงบประมาณ 2569 โดยยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



