เมื่อวันที่ 5 พ.ย. กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 9 สนทช. ได้ประเมินวิเคราะห์สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำและคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรธรณี กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง

สถานการณ์ปัจจุบันตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 2,600 – 2,800 ลบ.ม./วินาที และคาดการณ์ว่าแม่น้ำสะแกกรัง มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี และลำน้ำสาขารวมในเกณฑ์ประมาณ 450 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้น้ำเหนือเขื่อนมีประมาณระหว่าง 3,050 – 3,250 ลบ.ม./วินาที รับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง รวม 550 ลบ.ม./วินาที

โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมีความจำเป็นที่จะต้องแจ้งเตือนล่วงหน้าระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราจากเดิมไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที เป็นไม่เกิน 2,700 ลบ.ม./วินาที แบบขั้นบันได พร้อมทั้งบริหารจัดการน้ำและควบคุมปริมาณการระบายให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว

การระบายส่งผลกระทบในพื้นที่อ่างทอง วัดไชโย ต.เทวราช อ.ไชโย, อ.ป่าโมก รวมทั้งคลองโผงเผง จ.ชัยนาท ต.โพนางดำออก และบ้านท่าทราย อ.สรรพยา จ.สิงห์บุรี วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี, อ.พรหมบุรี และ วัดเสือข้าม อ.เมืองสิงห์บุรี จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา, ต.ลาดชิด และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ รวมถึงพื้นที่แม่น้ำน้อย สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทีอยู่นอกคันกั้นน้ำ และคลองบางบาล

ปัจจุบันที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 2,908 ลบ.ม./วินาที ส่วนที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.14 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 15.94 เมตร/รทก. ห่างจากตลิ่ง 40 ซม. และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที

นอกจากนี้ กรมชลประทานได้แจ้งเตือนจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด