เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2569 อาสากู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จุดระเบาะไผ่ รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อบรรทุกสารเคมีเฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล บนถนนสาย 304 ฝั่งขาเข้าฉะเชิงเทรา บริเวณหน้าโรงเหล็กทีเอสบีเหล็กกล้า หมู่ 9 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีผู้ติดค้างอยู่ภายในรถ จึงเร่งนำกำลังพร้อมอุปกรณ์ตัด-ถ่างเข้าตรวจสอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 700-8044 กรุงเทพมหานคร ซึ่งบรรทุกสารเคมีประเภทกรดเกลือ พลิกตะแคงอยู่ภายในร่องกลางถนน ขณะที่ใต้ตัวรถพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กท 6910 ปราจีนบุรี ถูกน้ำหนักของรถบรรทุกกดทับจนหลังคายุบแบนเสมอฝากระโปรง

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในรถเก๋งพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายบดินทร ปัตมะ อายุ 20 ปี นักศึกษาฝึกงานของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังฝึกงานอยู่ที่บริษัทในนิคมอุตสาหกรรม 304

การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากรถบรรทุกที่บรรทุกกรดเกลือเต็มคันมีน้ำหนักมาก เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้เครื่องตัด-ถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ทันที จึงต้องประสานรถเครนมายกรถบรรทุกออก ก่อนใช้รถยกเคลื่อนย้ายรถเก๋งที่ถูกทับ และใช้เครื่องตัด-ถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือ พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เมื่อเห็นร่างของลูกชายถึงกับเข่าทรุดร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำตัวมารดาออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น เนื่องจากเกิดอาการช็อกจากความสูญเสีย

จากการสอบถาม นายสมทรง งามสี คนขับรถบรรทุก ให้การเบื้องต้นว่า ขณะขับรถอยู่ในช่องทางขวาและกำลังมุ่งหน้าไป จ.สมุทรปราการ โดยบรรทุกกรดเกลือหนักประมาณ 14 ตันมาจาก อ.กบินทร์บุรี ระหว่างทางมีรถเก๋งขับปาดเข้ามาด้านหน้ารถ ก่อนเกิดอุบัติเหตุจนรถเสียหลักพลิกตะแคง

ด้านมารดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี และอยู่ระหว่างฝึกงานในนิคมอุตสาหกรรม 304 โดยขณะเกิดเหตุกำลังขับรถเดินทางกลับบ้าน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีลางสังหรณ์หรือคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุร้ายกับลูกชาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจสอบและบันทึกภาพในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเชิญตัวคนขับรถบรรทุกไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.