เมื่อวันที่ 4 พ.ย. นายวัชรพงศ์ พูนชุม รักษาราชการแทนประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล นางสาววงค์ทิพย์ จันทภาโส ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) จังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ สำรวจเส้นทางเสด็จ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ แปลงปลูกปาล์มน้ำมันแปลงแรกของประเทศไทย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล มี นายศตธรรม เรืองรอง ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดสตูล ต้อนรับพร้อมทั้งให้ข้อมูล และนำเยี่ยมชมพื้นที่ แปลงปลูกปาล์มน้ำมันแปลงแรก ของ ประเทศไทยดังกล่าว

ทั้งนี้จังหวัดสตูล เป็นหนึ่งในพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทั้ง สองพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดสตูล  เมื่อวันที่ 9 กันยายน พุทธศักราช 2518 และวันที่ 22 กันยายน พุทธศักราช 2519 พร้อมด้วย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อทรงติดตามการพัฒนา และความเป็นอยู่ของราษฎรในเขตนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบในการส่งเสริมอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

จาก พระราชกรณียกิจ ครั้ง นั้น ได้ถือกำเนิด “แปลงปลูกปาล์มน้ำมันแปลงแรกของประเทศไทย” ที่นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดสตูล โดย เริ่มทดลองปลูก เมื่อปี พุทธศักราช 2510 ด้วยเมล็ดพันธุ์จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งให้ผลผลิตดีเยี่ยม จึงได้ขยายพื้นที่เพาะปลูกในปี พุทธศักราช 2512 ครอบคลุมกว่า 19,686 ไร่ นับเป็นจุดเริ่มต้นของพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ภาคใต้ และยังคงสะท้อนพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของ ทั้งสองพระองค์ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

นายศตธรรม เรืองรอง ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดสตูล เปิดเผยว่า การเสด็จเยี่ยมของสมเด็จพระพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้ง นั้น ได้วางรากฐานสำคัญแห่งการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมของจังหวัดสตูลอย่างมั่นคง “แปลงปลูกปาล์มแปลงแรกของประเทศ” จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ และหลักฐานของความมุ่งมั่นที่ทรงมีต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรไทยให้ดำรงอยู่ด้วยความพอเพียงและยั่งยืนตลอดไป