สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงอาบูจา ประเทศไนจีเรีย เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่า ทรัมป์กล่าวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เขาขอให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ วางแผนการโจมตีในไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในแอฟริกา เนื่องจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงก่อเหตุสังหารหมู่ชาวคริสต์ในประเทศ
ผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งมากมาย และประชากรแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างเท่า ๆ กัน ระหว่างพื้นที่ตอนใต้ที่มีชาวคริสต์เป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่ตอนเหนือที่มีชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการสังหารชาวคริสต์และชาวมุสลิม มักไม่มีการแบ่งแยก
#Abuja | The Nigerian government Tuesday said it does not tolerate religious persecution, responding to US President Donald Trump's threats of military intervention over the killing of Christians by jihadists in the country.https://t.co/EYchfyo0SW
— Deccan Chronicle (@DeccanChronicle) November 4, 2025
ด้านนายยูซุฟ ทุกการ์ รมว.การต่างประเทศไนจีเรีย กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ยืนกรานว่ารัฐธรรมนูญของไนจีเรีย ไม่อนุญาตให้มีการข่มเหงทางศาสนาในรูปแบบใดก็ตาม โดยรัฐบาลทุกระดับ พร้อมกับเสริมว่า ไนจีเรียมีพันธกรณีตามรัฐธรรมนูญ ต่อเสรีภาพทางศาสนาและหลักนิติธรรม
นอกจากนี้ ทุกการ์ยังกล่าวเตือนถึงความพยายามใด ๆ ที่จะแบ่งแยกไนจีเรียตามแนวทางศาสนา โดยเปรียบเทียบความคล้ายคลึงกับซูดาน ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากสงครามกลางเมือง
“สิ่งที่เราพยายามทำให้โลกเข้าใจ คือ เราไม่ควรทำให้เหตุการณ์ในซูดานเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะเราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับซูดานแล้ว ซึ่งเป็นผลจากการปลุกปั่นให้เกิดการแบ่งแยกตามศาสนา และความรู้สึกของชนเผ่า” ทุกการ์ กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP



