ภายในงานมอบ รางวัลหนังสือดีเด่นเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 22 ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานเขียน และนักเขียนมืออาชีพร่วมงานกันอย่างคับคั่ง มองไปทางไหนก็เจอกับนักเขียนชื่อดังเจ้าของผลงานทรงคุณค่า ยิ่งทำให้เยาวชนกลุ่มนี้รู้สึกประหม่าและตื่นเต้นมากกว่าเดิม เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานอันทรงเกียรตินี้ และรู้สึกภาคภูมิใจยิ่งขึ้น เมื่อผลงานการ์ตูนของพวกเขาผ่านการคัดเลือก และได้รับ รางวัลประเภทนักเขียนรุ่นเยาว์ หมวดการ์ตูน

ความสำเร็จครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มี “ค่ายถอดรหัสนักวาดการ์ตูนในฝัน” พื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้รักในศิลปะและการวาดการ์ตูน ได้มาเรียนรู้ทักษะจากนักวาดการ์ตูนมืออาชีพที่คร่ำหวอดในวงการอย่างยาวนาน ฝึกฝนเทคนิคการเล่าเรื่อง พร้อมปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์อย่างอิสระ และยังได้พบกับมิตรภาพจากกลุ่มคนที่ชื่นชอบสิ่งเดียวกัน ซึ่งหาจากที่ไหนไม่ได้

จากห้องเรียนค่ายเล็กสู่แรงบันดาลใจครั้งใหญ่

เยาวชนจำนวน 50 คนจากทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกได้เดินทางมายัง บ้านผู้หว่าน จังหวัดนครปฐม สถานที่จัดค่ายถอดรหัสนักวาดการ์ตูนในฝัน แม้จะยังเขินอายต่อกันในตอนแรก แต่กิจกรรมภายในค่ายก็ช่วยละลายพฤติกรรม และลดช่องว่างระหว่างกัน ภายในค่ายน้อง ๆ จะได้เรียนรู้กระบวนการวาดการ์ตูนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการสร้างสรรค์ผลงานให้มีเรื่องราว ออกแบบคาแรกเตอร์ วางโครงเรื่อง จนไปถึงจับกลุ่มเพื่อสร้างสรรรค์ผลงานการ์ตูนจำนวน 1 เรื่อง ทุกกิจกรรมออกแบบเพื่อให้เยาวชนเห็นว่า “การ์ตูนไม่ใช่เพียงงานอดิเรก แต่สามารถเป็นผลงานสร้างคุณค่าได้จริง”

“เป้าหมายของเราในการจัดค่ายขึ้นมานั้น แน่นอนว่าเพื่อฝึกฝนทักษะวาดการ์ตูนให้แก่เยาวชนที่สนใจ โดยได้รับความรู้จากนักเขียนการ์ตูนมืออาชีพโดยตรง แต่มากกว่านั้นคือการที่เยาวชนได้จับกลุ่มสร้างผลงานการ์ตูนด้วยกัน ไม่ว่าจะมาจากโรงเรียนใด ภูมิภาคใดของประเทศ ทุกคนจะได้ทำงานร่วมกัน เป็นการฝึกเข้าสังคม แม้จะเป็นอาร์ตทิสต์แต่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ นอกจากนั้น ยังสามารถแสดงฝีมือตามความชำนาญ และถ่ายทอดผลงานอย่างอิสระ” ศักดา แซ่เอียว หรือ เซีย ไทยรัฐ อุปนายกสมาคมการ์ตูนไทยและวิทยากรของค่ายกล่าวถึงความมุ่งหมายในการจัดค่ายนี้

รางวัลที่พิสูจน์ผลลัพธ์

โปรเจกต์สำคัญและท้าทายน้อง ๆ ที่มาเข้าค่ายอย่างมาก คือการสร้างสรรค์การ์ตูนขึ้นมา 1 เรื่อง จำนวน 16 หน้า น้อง ๆ 4-5 คนต้องทำงานร่วมกันเพื่อผลิตผลงานให้ทันตามกำหนด แม้มีระยะเวลาไม่มาก และถึงแม้จะเพิ่งทำความรู้จักกัน ทว่าก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด ด้วยการชี้แนะจากวิทยากร ประกอบกันฝีมือ และความรักในการ์ตูนของเยาวชนในค่าย จึงเกิดเป็นผลงานที่พิสูจน์คุณค่าด้วยการคว้ารางวัลจากเวที เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ได้ถึง 3 รางวัล ได้แก่ ผลงาน “ALDEN” วาดภาพและประพันธ์โดย พรกนก เผื่อแผ่ ภูรี จิตต์กมลศักดิ์ ธัญรดา เสนเสนา เบญญาภา วงษ์ราชธ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ, ผลงาน “เศษเสี้ยวความทรงจำจากผืนป่า” วาดภาพและประพันธ์โดย กิ่งกมล สมวัง, ปภาวรินท์ วัฒนพฤกษชาติ, ชนัญชิดา อวยพร, อนันตา นววิธรัตนา, อนัญญา แก่นกำจร ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ ผลงาน “Alice Syndrome” วาดภาพและประพันธ์โดย ณภัทร บุญส่ง, ชณัญญา โชติพิริยสกุล, พิรญาณ์ ดิษฐสาคร, ณัฐธีรา รักษาพวก, ภูริชญา ติ๊นา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

พรกนก เผื่อแผ่ ผู้วาดภาพและประพันธ์กล่าวถึงผลงานชนะเลิศ ALDEN ว่า “เพื่อน ๆ ในกลุ่มช่วยกันระดมความคิดว่าอยากนำเสนอเรื่องราวอะไร หนูนึกถึงประสบการณ์ตอนเรียนชั้นประถมศึกษา มีเพื่อนเป็นเด็กพิเศษ เขาชอบวาดรูป และมีความฝันไม่ต่างจากเรา แต่มักถูกเพื่อนคนอื่นแกล้ง จึงอยากพูดถึงเรื่องราวของเด็กพิเศษให้สังคมได้รับรู้ เชื่อว่าคนอ่านน่าจะได้ประโยชน์ และไม่ค่อยเห็นการ์ตูนที่เล่าแนวนี้ เมื่อเพื่อนในกลุ่มเห็นด้วยก็ช่วยกันวางสตอรี่บอร์ด ท่านวิทยากรช่วยแนะนำการเล่าอย่างไรให้น่าสนใจ และการบริหารเวลา จากนั้นแบ่งงานกัน แต่ละคนวาดคนละ 4 หน้าค่ะ”

ขณะที่ ธัญรดา เสนเสนา น้องเล็กของทีมกล่าวว่า “แม้จะมีอุปสรรคระหว่างทำงานบ้าง แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ “ทีมของเราตกลงกันว่าจะวาดภาพดิจิทัล เพราะทุกคนถนัด และยังสะดวกในการแชร์ไฟล์ออนไลน์ พี่ ๆ วาดบนแท็บเล็ต ส่วนหนูวาดบนโทรศัพท์มือถือ ใช้นิ้ววาดบนจอแทนปากกาค่ะ ค่อนข้างกดดันหลายอย่าง ลายเส้นของพี่ ๆ สวยเป็นเอกลักษณ์ทุกคน และการวาดบนโทรศัพท์มือถือนั้นลงรายละเอียดได้ไม่เท่าแท็บเล็ต จะทำให้เรากลายเป็นภาระคนในทีมไหม แต่สุดท้ายทุกคนก็ช่วยกันจนสำเร็จลุล่วงค่ะ”        

ทั้งนี้ ถึงแม้ทั้ง 4 คนมองว่าผลงานของพวกเขายังมีข้อบกพร่อง แต่ก็ทำอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว จึงตัดสินใจส่งผลงานเข้าประกวดเวที เซเว่นบุ๊คอวอร์ด จนคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้สำเร็จ

เซเว่นบุ๊คอวอร์ด เวทีแห่งความหวังและกำลังใจ

รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด จัดโดย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงเป็นรางวัลเชิดชูหนังสือดีเด่น  แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่มอบให้แก่ผู้ผลิตผลงาน ไม่ว่าจะเป็นกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี และการ์ตูน เพื่อสะท้อนว่าสังคมไทยยังเล็งเห็นคุณค่าและมีพื้นที่ให้แก่งานประพันธ์อยู่ อีกทั้งยังเป็นเปิดพื้นที่ให้โอกาสนักเขียนรุ่นเยาว์ ที่หลงรักลายเส้นและตัวอักษร ได้มีโอกาสและพื้นที่เพื่อแสดงฝีมือและแสดงศักยภาพด้วยการร่วมส่งผลงานเข้ามาประกวด เพื่อเชื่อมโยงสู่สายตาสังคมวงกว้าง

“ทุกคนในทีมไม่คาดหวังว่าจะได้รางวัลอะไรเลย เพราะตอนที่ทำผลงานส่งในค่าย กลุ่มเราส่งเป็นกลุ่มสุดท้าย เห็นหน้าปกของเพื่อนกลุ่มอื่นสวยและดีกว่าเราเยอะ จนวันที่เพื่อนบอกว่ากลุ่มเราได้รางวัลชนะเลิศนะ ดีใจมากค่ะ รู้สึกทุกช่วงเวลามีค่ามาก ตั้งแต่การได้ไปค่าย ได้ความรู้จากวิทยากร ได้ทำผลงานส่งประกวด จนได้รับรางวัล” ภูรี จิตต์กมลศักดิ์ เยาวชนที่รับหน้าที่วางสตอรี่บอร์ดจากผลงาน ALDENกล่าวถึงความรู้สึกปลื้มปิติที่ผลงานได้รับรางวัล

ส่วน เบญญาภา วงษ์ราชธ์ เผยความรู้สึกหลังได้รับรางวัลว่า ดีใจและภาคภูมิใจเช่นกันที่ผลงาน ALDEN ได้รับการยอมรับ แต่ที่มีค่ามากกว่ารางวัล คือ การที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน “สังคมโรงเรียนของหนูไม่ค่อยมีคนสนใจงานศิลปะ หนูไม่มีเพื่อนที่ชอบสิ่งเดียวกัน จนได้มาเข้าค่าย ได้เจอเพื่อนที่มีความสนใจเหมือนกัน ทำงานด้วยกัน พูดคุยเรื่องเดียวกัน สภาพแวดล้อมส่งผลมากนะคะ ทำให้เราอยากพัฒนา อยากฝึกฝีมือ จับมือไปพร้อมกับเพื่อน ไม่เพียงแค่สายวาดเท่านั้น สายเขียนด้วย คนที่รักนิยายยังมีอยู่นะ และมุ่งมั่นที่จะเดินในเส้นทางนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากเดินหน้าต่อไป”

ต้นกล้าที่พร้อมเติบใหญ่

เบญญาภา ยังกล่าวอีกว่า ค่ายถอดรหัสนักวาดการ์ตูนในฝัน และ รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ที่ได้เข้าร่วมนั้นส่งผลต่อการตัดสินใจเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างมาก “หนูเข้าค่ายตอน ม.6 ก่อนหน้าเป็นช่วงลังเลมากว่าจะเรียนต่อคณะมนุษยศาสตร์ หรือศิลปกรรมศาสตร์ดี พอได้มาเข้าค่าย หนูตอบตัวเองได้ชัดเจนว่า หนูรักศิลปะจริง ๆ ปัจจุบันหนูศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ ชั้นปีที่ 1 ค่ะ” และเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีม และเพื่อนร่วมค่ายอีกหลายคน ที่ได้แรงบันดาลใจจากกิจกรรมภายในค่าย จนก่อเกิดความฝันที่อยากสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองต่อไป

“ทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานของเด็กๆ ในค่ายได้รับการยอมรับจากเวทีใหญ่ ได้เห็นสีหน้าดีใจของพวกเขา ยิ่งยืนยันว่า การให้โอกาสและการสนับสนุนที่ถูกทางนั้น สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง และได้จุดประกายสู่เส้นทางนักวาดการ์ตูนมืออาชีพ หรือเส้นทางศิลปะที่เขาจะนำไปต่อยอดในอนาคต” ศักดา แซ่เอียว อุปนายกสมาคมการ์ตูนไทยและวิทยากรของค่าย กล่าวปิดท้าย และทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวของน้อง ๆ จาก ค่ายถอดรหัสนักวาดการ์ตูนในฝัน ที่เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนว่า การให้โอกาสเยาวชน คือ การสร้างรากฐานอันมั่นคง และลงทุนต่ออนาคตวงการวรรณกรรมไทย และนี่อาจเป็นเพียงก้าวแรก ๆ ของอีกหลาย ๆ ก้าวที่จะพาเยาวชนไทยเดินสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

โครงการค่าย “กล้าวรรณกรรม” และค่าย “7-11 ถอดรหัสนักวาดการ์ตูนในฝัน” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 20 ปี ภายใต้นโยบายด้านความยั่งยืนด้วยการสร้างคนผ่านการส่งเสริมการอ่านการเขียนแก่สังคม โดยขยายผลจากการดำเนินโครงการ “เซเว่นบุ๊คอวอร์ด” ของ ซีพี ออลล์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีเยาวชนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น จำนวน 1,263 คน และครูอาจารย์จำนวน 154 คน ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://csr.cpall.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2071-2903 หรือ 02-071-2905