เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งด้านบก ราง น้ำ และอากาศ จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและปฏิบัติการ ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนรับมือเฉพาะหน้าในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ลำธาร และพื้นที่ริมแม่น้ำที่อาจเกิดน้ำล้นตลิ่ง หากน้ำท่วมถนนถูกตัดขาด ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าพื้นที่บริหารจัดการเส้นทางทันที เตรียมอุปกรณ์พร้อมจัดทำทางเลี่ยง และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน หากมีการร้องขอ และหากพบถนน หรือสะพานขาด ให้เร่งติดตั้งสะพานเบลีย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้โดยเร็ว กรณีที่มีต้นไม้หักโค่น หรือสิ่งกีดขวางถนน ให้ระดมเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการเก็บกู้ และเปิดทางทันที รวมถึงจัดตั้งป้ายเตือนภัย และจุดอำนวยความสะดวกในพื้นที่เสี่ยงทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเดินทางทางน้ำ ผู้ประกอบการควรติดตามข่าวสาร และประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด หากมีพายุหรือคลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนเรือขนาดใหญ่ควรชะลอการเดินทางจนกว่าสภาพอากาศจะคลี่คลาย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ สำหรับประชาชนทั่วไป หากพบพื้นที่มีน้ำท่วมขัง น้ำหลาก หรือมีความเสี่ยงต่อการสัญจร ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ซึ่งอาจมีสายไฟฟ้า กิ่งไม้ หรือสิ่งกีดขวางที่เป็นอันตราย พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำและป้ายเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้กำชับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดทุกแห่ง ให้เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์เส้นทาง และมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา หากประชาชนต้องการสอบถามหรือติดต่อแจ้งเหตุ สามารถโทรฯ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฯ ฟรี 24 ชม.) และเว็บไซต์ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ (HDMS) สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 และสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมพร้อมทำงานเชิงรุกตามนโยบายนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกเส้นทางคมนาคมจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน หน่วยงานของกระทรวงจะเข้าช่วยเหลือภายใน 24 ชั่วโมงแน่นอน.



