สวัสดีวันหยุด พบกับสารพันสาระยานยนต์กับอ้วนซ่า แอบซิ่ง เหมือนเช่นเคยทางเดลินิวส์ ก่อนหน้านี้เราเคยได้นำเสนอเรื่องราวของ พร้อมกับภาพยั่วน้ำลายของรถแนวคิดที่เชื่อว่าจะเป็น “โตโยต้า โคโรลล่า” แห่งอนาคตกันไปแล้ว และหลังจากที่งานแสดงรถยนต์ “แจแปน โมบิลิตี้ โชว์ 2025” (Japan Mobility Show 2025) หรือที่แต่ก่อนเราคุ้นเคยกันในชื่อของ “โตเกียว มอเตอร์โชว์” ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปปลายเดือนที่ผ่านมา เราก็ได้ยลโฉมของรถแนวคิดนี้แบบเต็มๆ และนี่คือ ข้อสังเกตจากที่อ้วนซ่าได้เห็นได้ขอรับ

            อันดับแรกนี่คือจุดกำเนิดของภาพลักษณ์ใหม่ของโคโรลล่า รถรุ่นที่คนทั่วโลกให้ความเชื่อมั่น ไปสู่เจนเนอเรชั่นที่ 13 และมันกำลังจะก้าวข้ามจาก รถแบบบ้านๆ ไปสู่ ซีดานแห่งโลกอนาคต โดยจากการถอดรหัสของงานออกแบบที่สวยเฉียบนี้ อ้วนซ่าเห็นว่า รูปลักษณ์ของมันนั้นก้าวผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว จากการที่มันใช้ฝากระโปรงหน้าทรงลิ่มที่กดต่ำมาก จนชวนให้เห็นว่า ไม่น่าจะมีพื้นที่ของเครื่องยนต์อีกแล้ว แถมยังมีการทำช่องเปิดที่ดูแล้ว น่าจะเป็นช่องสำหรับเสียบปลั้กชาร์จถึง 3 ตำแหน่ง นั่นก็คือ หลังบังโคลนหน้า ซ้าย-ขวา และอีกจุดคือ ใต้ไฟเลี้ยวหลังด้านซ้าย (คล้ายกับของเทสล่า) ซึ่งแต่ละตำแหน่งดูแล้ว ไม่เหมาะกับการเป็นรถที่ใช้เชื้อเพลิงนัก

            หรือนี่จะเป็นการบอกว่า “โคโรลล่า” ใหม่จะเป็นรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV)? โดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่าอาจจะเป็นไปได้ แต่ก็จะต้องไม่ลืมว่า โตโยต้าเองก็มีการทำตลาดด้วยชื่อ โคโรลล่า แต่ในเวอร์ชั่นอื่นๆด้วยเช่นกัน อาทิ “โคโรลล่า อัลติส” ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งเชื่อว่าด้วยวิธีการนี้เป็นไปได้ว่า จะมีการสร้างเวอร์ชั่นที่เป็น เครื่องยนต์สันดาป หรือเครื่องไฮบริด (HEV, PHEV) ให้เลือกด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งจะได้รับการออกแบบพื้นที่ส่วนหน้าใหม่นั่นเอง เพราะโลกนี้ยังมีความต้องการที่หลากหลาย และโตโยต้าจะไม่ทิ้งใครอย่างแน่นอน เชื่อกันว่า เครื่องยนต์สันดาปรุ่นใหม่ความจุ 1.5-2.0 ที่พัฒนาให้มีความประหยัด และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะยังอยู่คู่กับโตโยต้าในบ้านเราต่อไป แต่เราอาจจะได้เห็นเวอร์ชั่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบด้วยเช่นกัน

            สิ่งที่เราน่าจะได้เห็นในเวอร์ชั่นรถไฟฟ้าได้อย่างแน่นอนก็คือ งานออกแบบห้องโดยสารแนวใหม่ ชนิดลบล้างแนวทางเดิมๆไปหมดสิ้น เริ่มใหม่จากศูนย์ อันดับแรกคือ การออกแบบคอนโซลกลางแบบลอยตัว ที่ยืดขึ้นมาจากพื้นห้องโดยสาร คันเกียร์นั้นได้รับการปรับเปลี่ยนไปเป็นคันเกียร์จำลองรูปรถ วางไว้บนถาดใกล้กับพวงมาลัย ส่วนหน้าปัดของคนขับแบ่งออกเป็น 3 จอโอบล้อมกับพวงมาลัย แน่นอนว่าทุกๆอย่างจะถูกปรับใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง คงจะหลีกเลี่ยงการมีหน้าจอขนาดใหญ่ตรงกลางแดชบอร์ดตามสมัยนิยมไม่ได้เพราะผู้บริโภคชื่นชอบกันไปแล้ว แต่ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าห้องโดยสารจะโปร่งโล่งสบายตา

            ทั้งหมดนี้คาดว่าจะเปิดตัวรถยนต์จริงในเวอร์ชั่นต่างๆในปี 2026-2027 และถ้าออกมาได้ใกล้เคียงกับรถจริงสัก 80% ก็คิดว่าน่าจะสวยไม่ใช่น้อย! กลัวแต่ว่า ทำไปทำมา จะไม่ได้มีอะไรเหมือนกับรถแนวคิดเสียมากกว่าสิขอรับ!