รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ “เดลินิวส์” ว่า หลังจากนายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ออกประกาศเรื่อง ราคาน้ำตาลทรายภายในราชอาณาจักร เพื่อใช้ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย ประจำฤดูการผลิตปี2568/2569 ลงนามประกาศวันที่ 7 พ.ย. 2568 ปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายภายในราชอาณาจักร ประจำฤดูการผลิตปี 2568/2569 ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ เพื่อใช้ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย ฤดูการผลิตปี 2568/2569 ขึ้นอีกกิโลกรัมละ 3 บาท

1. น้ำตาลทรายขาว ปรับขึ้นเป็นราคากิโลกรัมละ 24 บาท จากเดิม กิโลกรัมละ 21 บาท
2. น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ปรับขึ้นเป็นราคากิโลกรัมละ 25 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 22 บาท
ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป
แต่หลังจากมีประกาศออกไป ทางสอน.ถูกกดดัน และถูกโจมตีอย่างหนัก แม้ว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นราคาหน้าโรงงาน แต่โดยปกติแล้ว เมื่อราคาหน้าโรงงานปรับขึ้น ราคาปลายทางถึงมือผู้บริโภค ผู้ผลิตน้ำตาลทราย ก็ต้องปรับขึ้นราคาเช่นกัน และจะต้องบวกค่าบรรจุภัณฑ์อีกกิโลกรัมละ 1 บาทด้วย เท่ากับว่า ผู้ผลิตอาจปรับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 4 บาท และมีกระแสข่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ไม่พอใจอย่างรุนแรง ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศปรับขึ้นราคาหน้าโรงงาน เพราะจะกระทบกับราคาผู้บริโภค ขัดแย้งกับนโยบายควิก บิ๊ก วิน ของรัฐบาล ที่ประกาศลดภาระค่าครองชีพประชาชน จึงได้สั่งให้สอน.ยกเลิกประกาศขึ้นราคา
ล่าสุดภายในวันเดียวกัน ( 7 พ.ย.) ทางสอน. ได้กลับไปใช้ราคาคำนวณราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิต และจำหน่ายน้ำตาลทราย ประจำฤดูการผลิตปี 2568/2569 ที่ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ตามเดิม คือ
กำหนดราคาน้ำตาลทรายภายในราชอาณาจักร น้ำตาลทรายขาว ราคากิโลกรัมละ 21 บาท น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ ราคากิโลกรัมละ 22 บาท เพื่อใช้ประกอบในการคำนวณราคาอ้อยและผลตอบแทนการผลิต และจำหน่ายน้ำตาลทราย ประจำถดูการผลิตปี 2568/2569 แทน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ถูกสั่งเบรกไม่ให้ขึ้นราคาหน้าโรงงานในวันที่ 8 พ.ย.
อย่างไรก็ตามต้องจับตาต่อไปว่า ทางชาวไร่อ้อย จะมีการตอบโต้อย่างไรในเรื่องนี้บ้าง เนื่องจากชาวไร่อ้อย ระบุว่า ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการปลูกอ้อยสูงขึ้นมาก ต้องดูว่า รัฐบาลจะหาแนวทางการสร้างสมดุลระหว่างชาวไร่อ้อย และผู้บริโภคอย่างไร เพราะการขึ้นราคาหน้าโรงงาน นอกจากช่วยชาวไร่อ้อยแล้ว ยังมีนัยยะในเรื่องการส่งสัญญาณให้ผู้บริโภคลดการบริโภคน้ำตาลอีกด้วย



