เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.บก.น.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.ดอนเมือง ประสานกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ จับกุมตัว ชายหนุ่มอายุ 26 ปี สัญชาติมาเลเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1063/2568 ลงวันที่ 7 พ.ย.68 ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” พร้อมของกลางมือถือ 2 เครื่อง และซิมการ์ดประเทศสิงคโปร์ 4 ซิม บัตรซิมการ์ดเปล่า 1 ใบ บัตรเดบิตต่างประเทศ 3 ใบ โดยจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง กทม.
สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายอายุ 70 ปี แจ้งสน.ทุ่งครุ ว่ามีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า และฟอกเงิน ต่อมาได้บอกให้ผู้เสียหายแอดไลน์ และข่มขู่ให้เกิดความกลัวจนผู้เสียหายยอมไปถอนเงินสดจากธนาคาร รวมถึงขายทรัพย์สินที่มี รวม 3.3 ล้านบาท เพื่อเตรียมส่งให้ตรวจสอบ และวิดีโอคอลคอยสั่งการนัดหมายให้นำเงินไปส่งที่ปั๊มแห่งหนึ่งย่านประชาอุทิศ ทุ่งครุ ต่อมามีชายรูปร่างท้วม แต่งกายสุภาพ ที่หน้าอกเสื้อมีตราสัญลักษณ์กรมบัญชีกลาง สวมแว่นสายตา สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาหาโดยทางผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจได้บอกให้ส่งเงินให้ชายคนดังกล่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ส่งมารับเงิน และเมื่อได้เงินไปชายคนดังกล่าวได้รีบเดินหายไป โดยคนร้ายได้บอกว่าจะนำไปตรวจสอบเป็นเวลา 3 วัน แล้วจะคืนให้ จากนั้นผู้เสียหายเริ่มเอะใจจึงเดินทางเข้าแจ้งความ

จากการสอบสวนผ่านล่าม ผู้ต้องหาอ้างว่า ก่อนหน้านี้ทำงานที่กาสิโนในกัมพูชา ช่วงหลังตกงานเพราะกาสิโนแจ้งว่าจะไม่รับคนต่างชาติเข้าทำงาน จึงเข้าหางานทางเฟซบุ๊ก กระทั่งเจองานส่งของที่ไทยจึงเดินทางเข้ามาทำ โดยลักษณะงานจะให้ตนเองไปรับของมาส่งให้คนจ้างเท่านั้น โดยได้ค่าจ้าง 1000 พันริงกิตมาเลเซีย หรือ ประมาณ 7,000 บาทไทย ส่วนที่เก็บซิมโทรศัพท์ไว้เยอะ เนื่องจากตนเองซื้อมาขายให้กับเพื่อนนักท่องเที่ยวด้วยกันเท่านั้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ได้ประสานฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งครุ มารับตัวไปทำการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป



