เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทย มาจากความเดือดร้อนและปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน ทุกนโยบาย ทุกยุคทุกสมัย เข้าถึงประชาชน แต่เสียดาย ปัญหาการเมืองประเทศไทย ทำให้พี่น้องประชาชนเสียโอกาส เพราะนักการเมืองบางพรรค สร้างความบิดเบี้ยวทางการเมือง หวังสืบอำนาจทางการเมือง จนพรรคเพื่อไทยที่มีผลงานมากสุด ประชาชนได้ประโยชน์ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย ถูกกระทำจากปัญหานิติสงคราม ถูกปฏิวัติ รัฐประหาร ยุบพรรคมาหลายครั้ง แต่ยืนยันว่า ไม่เคยหวั่นไหว ไม่เคยล่มสลาย พร้อมยืนเคียงข้างประชาชน ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยมีประชาชน เป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก ทำให้มีพลังขับเคลื่อนการทำงานต่อเนื่อง

นางมนพร กล่าวอีกว่า หากถามถึงรัฐบาลปัจจุบัน ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถือเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจเสียงข้างน้อย มาจากความบิดเบี้ยวทางการเมือง ยากที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาได้ ตั้งรัฐบาลเพราะเสียงฝ่ายค้านมาสนับสนุน ทำให้เห็นความชัดเจนของการเมืองแบบสองมาตรฐาน เป็นที่น่าสังเกตกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะการเจรจาเพื่อความสันติวิธีเกี่ยวกับปัญหาชายแดน แต่รัฐบาลปัจจุบัน มีปัญหาที่เข้าข่ายความผิดในการใช้อำนาจหน้าที่ รวมถึงการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ถูกพิจารณาตัดสินความผิด

นางมนพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่า หากรัฐบาลนายอนุทิน ไม่ยุบสภาก่อนถูกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากถึงเวลาลงมติไม่ไว้วางใจคงยากที่จะรอด เพราะมีเสียงข้างน้อยกว่าฝ่ายค้าน ทำให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงสำคัญกับพี่น้องประชาชน ถึงเวลารวมพลังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย สร้างความสมบูรณ์ให้ระบอบประชาธิปไตย ประกาศจุดยืนให้นักการเมืองรับรู้ว่า เสียงของประชาชนจะต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน พรรคการเมืองที่มาจากเสียงข้างมากของประชาชน ต้องยืนหยัดอยู่กับประชาชนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย



