และนั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดโครงการสื่อสาร “รอยยิ้มของแผ่นดิน” (Smile of the Land : Great Smile Grand Moment) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ธรรมชาติ และชุมชน เพื่อถ่ายทอดพระเมตตา พระปรีชาญาณ และแรงบันดาลใจจากพระองค์สู่ประชาชนทั้งไทยและชาวต่างชาติ
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ถ้อยคำอันทรงคุณค่านี้สะท้อนถึงพระเมตตาและความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างทั้งสองพระองค์ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ใด จะทรงเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม พระพักตร์สดใส คลายทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร โดยทรงริเริ่มโครงการศูนย์ศิลปาชีพ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ และโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ ส่งเสริมอาชีพเสริมหรืองานฝีมือในครัวเรือน ให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูงและเป็นรายได้หลักของครอบครัวอย่างยั่งยืน รอยยิ้มของพระองค์จึงเป็นภาพที่ประทับอยู่ในหัวใจของพสกนิกรทั่วประเทศ ดุจดัง “รอยยิ้มของแผ่นดิน” ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสุข ความเมตตา และพระปรีชาญาณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมอบแก่แผ่นดินไทย ทรงเป็นทั้งรอยยิ้มของในหลวงรัชกาลที่ 9 และรอยยิ้มของประชาชนชาวไทย ผู้อยู่ใต้ร่มพระบารมีอย่างแท้จริง



“พระราชกรณียกิจนานัปการทั่วทุกภูมิภาคที่ทรงปฏิบัติตลอดพระชนม์ชีพ ยังช่วยพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรให้ดีขึ้น เปลี่ยนจากใบหน้าที่หม่นหมองเป็นรอยยิ้มที่สดใส ด้วยการส่งเสริมอาชีพสร้างงาน โดยเฉพาะงาน ศิลปาชีพหัตถกรรมพื้นบ้านที่พระองค์ทรงผลักดันให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง สร้างรายได้หลักแก่ ครอบครัวอย่างยั่งยืน”
“นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ชอบมาเมืองไทย ข้าพเจ้าถามเขาว่า ทำไมถึงชอบมาเมืองไทยมาก เขาตอบว่าคนไทยน่ารัก น่ารักมาก ที่ภูเก็ต หรือหัวหิน นักท่องเที่ยวก็แยะ แต่ที่เบิกบานมากเพราะนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ กทม. เป็นที่ 1 ในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร และความหลากหลายในการจับจ่าย อัธยาศัยที่งดงาม อันนี้ปลื้มตลอดเวลา ยิ่งได้อันดับหนึ่งยิ่งปลื้ม” พระราชดำรัสของสมเด็จกระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่คณะบุคคลที่มาเข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดาพระราชวังดุสิตฯ วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2551


พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม มีความหลากหลายและล้วนทรงคุณค่า โดยเฉพาะในด้านด้านศิลปาชีพและชุมชนทรงก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อฝึกฝนทักษะและส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมให้กับราษฎรในท้องถิ่น
หนึ่งในสถานที่ที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยกันดีคือ “ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบางไทร” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของภาคกลาง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมหมู่บ้านศิลปาชีพเพื่อชมบ้านไทยโบราณและวิถีชีวิตไทยทั้้งสี่่ภาค พร้อมทั้งชมการสาธิตงานหัตถกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทอผ้า จักสาน แกะสลัก หรือปั้นเครื่องดินเผา
ภาคกลางยังมี “ศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง” ที่มื่อเสียงด้านการปั้นตุ๊กตาชาววังและ “ฟาร์มตัวอย่างบ้านยางกลาง” จังหวัดอ่างทอง เปิดต้อนรับประชาชนทั่วไปให้เข้าชมและเรียนรู้ควบคู่กัน ทั้งด้านศิลปหัตถกรรมและด้านเกษตรกรรม ผู้เยี่ยมชมจะได้ชมการสาธิตทอผ้ายกทอง การปักผ้าแบบชาววัง การทำกระดาษสา และการปั้นเครื่องปั้นดินเผาเซรามิก เป็นต้น


สำหรับภาคเหนือ “ศูนย์ศิลปาชีพบ้านแม่ต๋ำ” จังหวัดลำปาง เป็นที่รู้จักของผู้สนใจศึกษาดูงานด้านการพัฒนาชุมชนและงานหัตถกรรมพื้นบ้าน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถชมกรรมวิธีการทอผ้า การปั้นเครื่องดินเผา และงานฝีมือชนิดต่าง ๆ ของชาวบ้าน รวมถึงสัมผัสวิถีชีวิตแบบพอเพียง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม” จังหวัดสกลนคร เป็นแหล่งท่องเที่่ยวเชิงหัตถกรรมที่สำคัญของจังหวัดสกลนคร โดยที่นี่เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา งานแกะสลักไม้ และผ้าไหมชั้นดี มีห้องจัดแสดงการปั้นและการเขียนลาย รวมถึงห้องโชว์ผลิตภัณฑ์ฝีมือสมาชิกที่ออกแบบได้สวยงามเป็นเอกลักษณ์
ภาคใต้ “ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์” จังหวัดนราธิวาส ที่ตั้งอยู่ภายในพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชมพระตำหนักบนยอดเขาตันหยง สามารถแวะชมผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาฝีมือชาวนราธิวาส ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถชมวิวทะเลจากด้านบนพระตำหนักได้ด้วย


ผลิตภัณฑ์จากศูนย์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นงานทอผ้าไหม ผ้าฝ้าย จักสาน หรือเครื่องปั้นดินเผา ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน แต่ยังกลายเป็นสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจไปเยี่ยมชมและอุดหนุน ตัวอย่างผ้าไหมไทยที่ทรงส่งเสริมก็เช่น ผ้าไหมแพรวา จากภาคอีสาน ผ้ามัดหมี่ (ikat) ผ้ายกดอกลำพูน และ ผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม ซึ่งล้วนได้รับการส่งเสริมจนมีชื่อเสียงและปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นสินค้าประจำถิ่น สร้างความภาคภูมิใจและดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวผู้รักศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน
ด้านศิลปวัฒนธรรม สมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อฟื้นและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมหลายแขนงให้โดดเด่นในเวทีสากล พระองค์ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะในการอนุรักษ์การแต่งกายไทย โดยทรงสร้างสรรค์ “ชุดไทยพระราชนิยม” จำนวน 8 แบบ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของชุดประจำชาติไทยสำหรับสตรี เผยแพร่ออกไปจนทั่วโลกยอมรับในความวิจิตรของผ้าไหมและการออกแบบไทย


ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ พระองค์ทรงมีโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหลายด้านที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในปัจจุบัน เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง เป็นศูนย์เพาะพันธุ์เต่าทะเลเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ หรือสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้หายากและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศึกษาธรรมชาติที่สำคัญ ตลอดจน สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่จตุจักร กรุงเทพฯ สถานที่และโครงการเหล่านี้ที่ทรงบุกเบิกไว้ ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เกิดคุณูปการต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น ๆ อย่างมาก ทั้งหมดนี้คือบางตัวอย่างของพระราชกรณียกิจที่ทาง ททท. ได้นำมาถ่ายทอดผ่านโครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” เพื่อให้เห็นภาพว่าการท่องเที่ยวไทยวันนี้มีรากฐานมาจากพระวิสัยทัศน์และพระวิริยะอุตสาหะของสมเด็จพระพันปีหลวงในหลายมิติ ทั้งด้านวัฒนธรรม ชุมชน และธรรมชาติ
โครงการสื่อสาร “รอยยิ้มของแผ่นดิน” ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งต่อเรื่องราวและคุณค่าพระราชกรณียกิจไปยังนักท่องเที่ยวและประชาชน โดยร่วมกับสำนักข่าวและสื่อมวลชนจัดทำและเผยแพร่สารคดีสั้นหรือสกู๊ปข่าว “เส้นทางแห่งรอยยิ้ม” อาทิ “เส้นทางผ้าไทย” และ “เส้นทางศิลปาชีพ” ตลอดจนเผยแพร่บทความสะท้อนพระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ ผ่านมุมมองที่หลากหลาย เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจที่ทรงวางรากฐานให้ชุมชนไทย ทั้งยังร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนจัดกิจกรรมเพื่อเชิดชูพระเกียรติในหลากหลายรูปแบบ เช่น การจัดทำบทเพลงเทิดพระเกียรติร่วมกับค่ายเพลงและศิลปิน การจัดกิจกรรม CSR การส่งเสริมเทศกาลประเพณีไทย และอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย


นอกจากนี้ อนุสาร อ.ส.ท. จะจัดทำสารคดีและบทความเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พร้อมจัดทำ e-Gallery รวบรวมภาพและพระราชกรณียกิจสำคัญ รวมถึงการสร้างสรรค์สื่อในรูปแบบ Infographic และ Photo Album ถ่ายทอดเรื่องราวของงานหัตถศิลป์ไทย ผ้าไหม เครื่องเงิน เครื่องถม รวมถึงผลิตผลจากโครงการพระราชดำริ อาทิ โครงการป่ารักน้ำ ตลอดจนโครงการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ไทย เพื่อบอกเล่าถึงพระเมตตาที่หยั่งรากอยู่ในผืนแผ่นดินไทย เผยแพร่บนช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ของ ททท. และ จะจัดกิจกรรมอ.ส.ท.ชวนเที่ยวตามรอยเส้นทางพระราชดำริ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ซึมซับพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน
ติดตามโครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” ได้ทาง Facebook, เว็บไซต์, TikTok และ Instagram ของ Amazing Thailand, 1672 Travel Buddy ข่าวสารท่องเที่ยว ททท. และ อนุสาร อ.ส.ท. หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1672 Travel Buddy



