“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ในวันที่ 18 พ.ย. 2568 จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) คาดว่า กทพ. จะนำเรื่องที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ขอให้ กทพ. หารือบอร์ด กทพ. เพื่อพิจารณาเรื่องแนวทางการยกเว้นค่าผ่านทางโครงการทางพิเศษ (ด่วน) ภูเก็ตระยะ (เฟส) ที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร (กม.) ให้ประชาชนได้ใช้บริการฟรี เข้าหารือในการประชุมครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากการหารือกับบอร์ด กทพ. แล้ว ทราบว่า กทพ. จะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง เพราะต้องคำนึงถึงเรื่องวินัยการเงินการคลังของรัฐด้วย

ตามหลักการแล้ว กทพ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีภารกิจหลักในการสร้าง และบริหารทางด่วน เพื่อเป็นทางเลือกอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชน และต้องหารายได้หลักจากค่าผ่านทาง ส่วนรายได้เสริมมาจากการพัฒนาพื้นที่ใต้ทางด่วน และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งรายได้ที่ กทพ. ได้รับจากค่าผ่านทาง จะนำมาใช้ในการลงทุนก่อสร้างทางด่วนสายอื่นๆ รวมถึงนำไปพัฒนาปรับปรุงเส้นทางที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นที่ผ่านมาการสร้างทางด่วน โดยไม่เก็บค่าผ่านทางให้ใช้บริการฟรีตลอดเส้นทาง จึงยังไม่เคยเกิดขึ้น มีเพียงแค่การยกเว้นในช่วงเทศกาลเท่านั้น เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการเดินทางช่วงเทศกาล

ส่วนกรณีที่นายพิพัฒน์ มีนโยบายขอยกเว้นค่าผ่านทางเฉพาะเฟสที่ 1 และให้เก็บค่าผ่านทางตามปกติในเฟสที่ 2 ช่วงกะทู้-เกาะแก้ว-เมืองใหม่ ระยะทาง 30.6 กม. หากพิจารณาตาม พ.ร.บ.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ก็สามารถทำได้ เนื่องจากตามกฎหมายสามารถเก็บค่าผ่านทางทั้งเส้นทาง หรือเก็บค่าผ่านทางบางส่วนได้ ไม่ได้บังคับว่าต้องเก็บค่าผ่านทางทั้งเส้นทาง แต่จะให้ฟรีตลอดทั้งเส้นทางไม่ได้ ซึ่งในภาพรวมทางด่วนภูเก็ต ยังมีเก็บค่าผ่านทางในเฟสที่ 2 ซึ่งเป็นเส้นทางในส่วนใหญ่ของโครงการ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการยกเว้นค่าผ่านทางบางส่วนจะไม่ขัดกับกฎหมาย แต่ในกรณีนี้ต้องมาดูด้วยว่าหากยกเว้นค่าผ่านทางในเฟสที่ 1 และเก็บแต่เฟสที่ 2 จะมีความคุ้มค่าในการลงทุนก่อสร้างทางด่วนภูเก็ตหรือไม่ และรัฐจะอุดหนุนค่าก่อสร้างเฟสที่ 1 วงเงินกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทหรือไม่ อย่างไร เพราะปกติหากสร้างทางด่วนแล้วไม่คุ้มค่า กทพ. จะไม่สร้าง อย่างไรก็ตามในสถานการณ์แบบนี้งบประมาณรัฐมีอย่างจำกัด และต้องใช้ในภารกิจอื่นๆ ที่จำเป็นกว่า ดังนั้นการจะให้ยกเว้นค่าผ่านทางในเฟสที่ 1 และให้รัฐอุดหนุน คงไม่เหมาะสม จะเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะให้กับประเทศมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า ทำไมต้องให้บริการฟรีเฉพาะทางด่วนภูเก็ต และจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติให้อำนาจการเมือง ที่จะให้นโยบายเว้นค่าผ่านทางในเส้นทางอื่นๆ ด้วย

สำหรับทางด่วนภูเก็ต ช่วงกะทู้-ป่าตอง มีจุดเริ่มต้นเชื่อมกับถนนพระเมตตา ในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง (รถยนต์ 2 ช่องจราจร และรถจักรยานยนต์ 2 ช่องจราจร) ยกระดับข้ามถนนพิศิษฐ์กรณีย์ จนถึงเขานาคเกิด ระยะทาง 0.9 กม. แล้วจึงเป็นอุโมงค์ลอดเขานาคเกิด ระยะทาง 1.85 กม. หลังจากผ่านช่วงภูเขาจึงเป็นทางยกระดับ ระยะทาง 1.23 กม. สิ้นสุดโครงการในพื้นที่ ต.กะทู้ บริเวณจุดตัดกับ ทล.4029 มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง 1 แห่ง คาดการณ์ปริมาณจราจร ณ ปีเปิดให้บริการ 71,000 คันต่อวัน (รถยนต์ 36,000 คันต่อวัน รถจักรยานยนต์ 35,000 คันต่อวัน) ค่าผ่านทางรถจักรยานยนต์ 15 บาท, รถ 4 ล้อ 40 บาท, รถ 6-10 ล้อ 80 บาท และมากกว่า 10 ล้อ 125 บาท มีแผนก่อสร้างในปี 2569 แล้วเสร็จ และเปิดบริการในปี 2573.