สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาเปิดเผย สถิตินักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าประเทศ ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา มีจำนวนเพียง 49,549 คน ลดลงมากถึง 93% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 541,000 คน


หากแยกเป็นรายเดือน พบว่า มีนักเดินทางจากไทยเข้ามาในกัมพูชาเพียง 18,298 คน เฉพาะเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นสถิติซึ่งลดลงมากถึง 90.5% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางเข้ามาในกัมพูชาเกือบ 200,000 คน


อย่างไรก็ตาม สถิตินักท่องเที่ยวจากจีนกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีชาวจีนเดินทางเข้ามาในกัมพูชามากกว่า 100,738 คน เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ส่งผลให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งของกัมพูชา


กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาวิเคราะห์ว่า การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีนมาจากการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ระหว่างเมืองสำคัญของจีนกับกรุงพนมเปญและเสียมราฐ รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศในกรอบ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”


ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านการท่องเที่ยวหลายคนให้ความเห็นว่า การลดลงของนักท่องเที่ยวไทยเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดน และข้อจำกัดด้านความปลอดภัยในบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้การเดินทางผ่านด่านพรมแดนลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะสั้นและการค้าชายแดน


ในทางกลับกัน การขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีนแม้จะช่วยพยุงรายได้จากภาคบริการของกัมพูชา แต่ทำให้โครงสร้างตลาดท่องเที่ยวของประเทศเปลี่ยนไป และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง หากกัมพูชาพึ่งพานักท่องเที่ยวจากประเทศเดียวมากเกินไป


อนึ่ง กัมพูชายังคงตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้มากกว่า 6 ล้านคนภายในสิ้นปี 2568 โดยคาดว่าจีนจะยังคงเป็นตลาดหลัก ส่วนการฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจากไทยอาจต้องใช้เวลาอีกระยะ.

เครดิตภาพ : AFP