เมื่อวันที่ 10 พ.ย.68 ที่ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน กรมพลศึกษา นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วย นายศิริ สาระผล บรรณาธิการข่าวกีฬาอาวุโส จากช่อง 7 HD และ พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (นครบาล 6-2) ร่วมแถลงข่าวสรุปภาพรวมการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD และมาตรการจัดการแข่งขันและความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันกีฬาฯ

นายมงคล วิมลรัตน์ เปิดเผยว่า จากกระแสการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา มีแฟนบอลกว่า 50,000 คน เข้ามารับชมการแข่งขัน ทาง กรมพลศึกษา ก็รู้สึกทึ่งกับกองเชียร์ที่เข้ามาเต็มความจุของสนามศุภชลาศัย ซึ่งหลังจากที่เราติดตั้งเก้าอี้ปกติแล้ว สนามเราสามารถจุแฟนบอลได้ประมาณ 27,000 คน แต่พอมาเจอช่วงแผ่นดินไหวช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราก็ได้ประเมินไว้แล้วว่าสนามเรารองรับผู้ชมได้เพียง 20,000 คน ตามมาตรการความปลอดภัยที่กรมพลศึกษา วางไว้ แต่เมื่อมีกองเชียร์เข้ามาเยอะแบบนี้ เราก็มีการเตรียมความพร้อมในการรองรับแฟนบอลไว้บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนบอล โดยเท่าที่ตนเองให้กองมาตรฐานอาคารสถานกีฬาสำรวจความเสียหาย ก็ยังไม่พบความเสียหายใด ๆ แต่เราก็จะมีการสำรวจพื้นลู่วิ่งว่ามีการชำรุดเสียหายหรือไม่ ก่อนที่สนามศุภชลาศัยของเราจะของรับการแข่งขันกรีฑา ในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในเดือน ธ.ค.นี้

“หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว กรมพลศึกษา และทางฝ่ายจัดการแข่งขันของช่อง 7 HD รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นฝ่ายรักษาความปลอดภัย จะนำเรื่องนี้มาถอดบทเรียน และหาแนวทางในการจัดการแข่งขันและมาตรการในการรองรับแฟนบอลจำนวนมาก ให้มีความปลอดภัยกับนักกีฬา, กองเชียร์ รวมถึงสถานที่จัดการแข่งขัน โดยเราจะมาหารือกันอีกครั้ง เพื่อให้การแข่งขันครั้งต่อไป มีมาตรฐานความปลอดภัยกับทุกฝ่าย” อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าว

ทางด้าน นายศิริ สาระผล บรรณาธิการข่าวกีฬาอาวุโส จากช่อง 7 HD “ผมในฐานะผู้แทนจากฝ่ายจัดการแข่งขันครั้งนี้ ต้องขอโทษแฟนกีฬา, กองเชียร์ และทุก ๆ ฝ่ายด้วย เดิมเราเตรียมแผนรองรับแฟนบอลไว้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ไม่คิดว่าแฟนบอลจะคลั่งไคล้ในกระแสฟุตบอล 7 คน ขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อปีนี้มีแฟนบอลเข้ามาชมจำนวนมาก ปีต่อไป ทางช่อง7HD ก็จะวางมาตรการและวางแผนการจัดการแข่งขันให้ดีขึ้นกว่านี้ เพราะเราเชื่อว่าการแข่งขันที่ดี ต้องประกอบด้วย การที่นักกีฬานักเรียนได้แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ รวมถึงผู้ชมและผู้เชียร์ ก็จะต้องมีการจัดการที่ดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เรายืนยันว่าหลังจากที่เราจะดมความคิดกับกรมพลศึกษา และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราก็จะนำข้อมูลจากการถอดบทเรียนในปีนี้ ไปพัฒนารูปแบบการแข่งขันและยกระดับความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันในดีกว่าปีนี้แน่นอน”