เมื่อวันที่ 10 พ.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีที่ทหารไทยเหยียบระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ว่า การลงนามที่ผ่านมาไม่สร้างผลประโยชน์ที่จับต้องได้ต่อไทย โดยเฉพาะการคืนพื้นที่ชายแดนสำคัญที่มีข้อพิพาท ซึ่งประชาชนและกำลังพล ได้ตั้งคำถามว่าพื้นที่สามแห่งที่เป็นของไทยชัดเจน เช่น ปราสาทตาควาย ช่องอานม้า และบริเวณอื่น ๆ ผู้มีอำนาจจะทวงคืนกลับมาหรือไม่

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า การสั่งให้หยุดยิงก่อนเวลา ทำให้ทหารไทยพลาดโอกาสในการยึดพื้นที่อธิปไตยของไทยคืน และสร้างความเสียเปรียบเชิงปฏิบัติการทางทหารในอนาคตอย่างชัดเจน กำลังพลยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน การหยุดยิงก่อนเวลานั้นไม่ได้ช่วยปกป้องอธิปไตยของชาติ แต่กลับสะท้อนว่ารัฐบาลยังขาดกรอบเจรจาทวิภาคีที่ชัดเจนและผลประโยชน์ที่จับต้องได้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นปฏิญญาสันติภาพครั้งล่าสุด ตนขอตั้งคำถามถึงความจริงจังของการดำเนินงานร่วมกับกัมพูชาเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน โดยปฏิญญาดังกล่าวยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ทหารไทยยังต้องเสี่ยงชีวิต และล่าสุดมีการสูญเสียกำลังพลไทยไปอีกหนึ่งราย สร้างความกังวลต่อประชาชนและกำลังพลว่ารัฐบาลบริหารจัดการพื้นที่อย่างไร

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยแผนปฏิบัติการตามข้อตกลงอย่างชัดเจน ต้องกำหนดพื้นที่เป้าหมาย ระยะเวลา กำลังพล และงบประมาณ พร้อมกลไกติดตามผลร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคประชาสังคม เพื่อให้มั่นใจว่าการลงนามไม่ใช่แค่ถ้อยแถลงทางการทูต แต่สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ลดความสูญเสียของกำลังพล

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รวมถึงรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ไม่สามารถเพิกเฉยหรือถือเป็นอุบัติเหตุ ต้องลงมือจัดการปัญหาอย่างเร่งด่วน ชัดเจน และเป็นรูปธรรม เพื่อคุ้มครองอธิปไตยของชาติ ปกป้องความปลอดภัยของประชาชน และกำลังพลไทยในพื้นที่ชายแดน