เมื่อวันที่ 11 พ.ย. นายปิยะ พูดคล่อง ผอ.สำนักเทศกิจ กทม. กล่าวถึง ความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีพบสติกเกอร์ Telegram ค้ายาเสพติดบริเวณเสาไฟฟ้าและพื้นที่สาธารณะต่างๆ รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายหากพบการใช้พื้นที่สาธารณะไม่ถูกต้องว่า การติดสติกเกอร์ Telegram ค้ายาเสพติดบนเสาไฟฟ้าและพื้นที่สาธารณะใน กทม. อาทิ ย่านอ่อนนุช ซึ่งมาจากกลุ่มนักค้ายาเสพติดต่างชาติ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 10 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
ทั้งนี้ ว่าด้วยการโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศ หรือใบปลิวในที่สาธารณะ ซึ่งกระทำได้ต่อเมื่อได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่และต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสืออนุญาตด้วย ฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท และมาตรา 45 กำหนดให้กรณีไม่อาจทราบตัวผู้กระทำผิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นนั้นทุกคนร่วมกันขจัด หรือแก้ไขไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายปรากฏอีกต่อไป
ผอ.สำนักเทศกิจ กทม. ระบุ ที่ผ่านมาได้ร่วมกับสำนักงานเขต กวดขันผู้ฝ่าฝืนติดตั้งป้ายโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต และจัดการแก้ไขสิ่งผิดกฎหมายที่ปรากฏ เนื่องจากไม่พบผู้กระทำความผิด โดยสถิติตั้งแต่ปี 61 จัดเก็บไป 279,032 ป้าย แจ้งความดำเนินคดี 55 ราย และเปรียบเทียบปรับ 7,531 ราย รวมเป็นเงิน 22,675,800 บาท
อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าวจะกำชับให้เพิ่มมาตรการกวดขันมากขึ้น โดยร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องในการดำเนินคดี
ด้าน น.ส.วรนุช สวยค้าข้าว รอง ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทน ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในส่วนที่รับผิดชอบได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ทั้งกวาดถนนและทางเท้า ไม่มีขยะ ฝุ่นละออง รวมถึงจัดเก็บสติกเกอร์ต่างๆ ที่ติดไว้บนเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ ราวเหล็ก กำแพง โดยให้เช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดหากพบติดสติกเกอร์ Telegram ค้ายาเสพติดตามเสาไฟฟ้าและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งได้แจ้งกำชับไปยังสำนักงานเขตทุกแห่งให้สอดส่องด้วย.



