เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ศ.นพ.ชวลิต เลิศบุษยานุกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเจ้าของเพจ “ศ.นพ.ชวลิต รักษามะเร็งที่ รพ.จุฬาลงกรณ์” ได้โพสต์ข้อความให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับ “สัญญาณของช่วงสุดท้ายในชีวิตผู้ป่วย” เพื่อให้ญาติและคนใกล้ชิดเตรียมใจและดูแลอย่างเหมาะสมในระยะสุดท้ายของชีวิต
ศ.นพ.ชวลิต ระบุว่า คำถามที่หมอมักถูกถามบ่อยที่สุดคือ “หมอครับ… อีกนานไหมครับ?” ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่จากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยมะเร็งมานาน หมอสามารถเล่าถึง “สัญญาณเตือน” ที่มักเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์สุดท้ายของชีวิต เพื่อให้ญาติเตรียมตัวและเตรียมใจในการดูแลอย่างถูกวิธี
แพทย์เผยว่า ช่วงสุดท้ายร่างกายจะเปลี่ยนแปลงชัดเจน พลังงานลดลง ผู้ป่วยจะนอนมากขึ้น พูดน้อยลง หรือตอบสนองช้าลง ซึ่งเป็น “กระบวนการธรรมชาติ” ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากสื่อสาร ส่วนเรื่องอาหารและน้ำ หมอย้ำว่า “ไม่อยากกิน” เป็นเรื่องปกติในระยะนี้ เพราะร่างกายไม่ต้องการพลังงานเหมือนเดิมอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือดูแลความชุ่มชื้นในปาก ไม่ควรบังคับให้กิน เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยสำลักหรือแน่นท้อง
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ “การได้ยิน” มักเป็นประสาทสัมผัสสุดท้ายที่ยังคงทำงานได้ หมอชวลิตแนะนำว่า นี่คือ “ช่วงเวลาทอง” ที่ญาติควรใช้เพื่อบอกรัก ขอบคุณ หรือขอโทษกับผู้ป่วย เพราะเขายังรับฟังได้อยู่
นอกจากนี้ แพทย์ยังอธิบายถึงอาการอื่นๆ ที่มักเกิดขึ้น เช่น การหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ มือเท้าเย็น สีผิวเปลี่ยน หรือพูดถึงคนที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นสัญญาณตามธรรมชาติของการจากไปอย่างสงบ
ศ.นพ.ชวลิต กล่าวทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำอบอุ่นว่า
“หน้าที่ของเราคือดูแลให้เขาสบายที่สุด อยู่ข้างเขาในช่วงสุดท้ายของชีวิต
สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่พลังอาหารหรือยา แต่คือความสบายใจ และเสียงของคนที่เขารัก”
แพทย์ย้ำว่า การจากลาเป็นเรื่องธรรมชาติของชีวิต การเข้าใจขั้นตอนของมัน จะช่วยให้ผู้ป่วยและญาติผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างสงบและมีคุณค่าที่สุด พร้อมฝากกำลังใจถึงทุกครอบครัวที่กำลังดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้เข้มแข็งและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว


