กำลังเจอมรสุมถาโถมหลายด้านในช่วงนี้ สำหรับนักแสดงและผู้จัดคนเก่ง “หนิง ปณิตา” ทั้งดราม่าเรื่องมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อขายไอโฟนจนมีผู้เสียหายรวมตัวกันจำนวนมาก และกรณีการถอนตัวจากการเป็นพรีเซนเตอร์อาหารเสริมหลังมีข่าวเรื่อง อย. ล่าสุด เธอได้มาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Sewa และเปิดใจแบบหมดเปลือก ยืนยันในความบริสุทธิ์ พร้อมเล่าถึงความพยายามในการช่วยเหลือผู้เสียหายว่า

“สำหรับเรื่อง มิจฉาชีพ เริ่มแรก “น้องนุ่น นพรักษ์” เป็นคนโทรไปตามมะตูมและบอกให้มะตูมโทรมาบอกหนิงว่า ให้ช่วยอ่านข้อความหน่อย เพราะเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านข้อความ และบอกว่ามีชื่อหนิงไปถูกแอบอ้างในการขายของ หนิงก็พาผู้เสียหายที่โดนแอบอ้างว่าเป็นเราไปลงบันทึกประจำวันว่าหนิงไม่ได้เกี่ยวข้อง และวันที่ไปลงบันทึกประจำวันก็เจอผู้เสียหายเพิ่ม รวมตัวกันเยอะมากขึ้น

สุดท้ายตัวหนิงเองไปถูกอ้างว่าสั่งซื้อไอโฟนแล้วไม่จ่ายเงิน ทั้งที่หนิงไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย เพราะเหตุการณ์ที่สถานีตำรวจทางเจ้าหน้าที่และผู้เสียหายก็รู้ว่าหนิงติดต่อน้องเขาได้ และระหว่างที่หนิงกำลังแจ้งความ หนิงก็โทรไปบอกน้องเขาว่าให้เคลียร์นะ เพราะตอนนี้หนิงลงบันทึกประจำวันและแจ้งความแล้วนะ เขาก็ไลฟ์สวนกับหนิงทันทีว่ามีของพร้อมส่ง ณ เวลานี้ หนิงก็เลยโทรไปว่าถ้าของพร้อมส่งตอนนี้ให้เอาของมาที่ สน.ทองหล่อเลย หนิงจะรอ สุดท้ายรอไม่ไหวก็กลับก่อน แต่เขามานะ มาพร้อมไอโฟน 3 เครื่อง มากับคนขายโทรศัพท์มือถือร้านหนึ่ง แสดงว่าถ้าหนิงรับ 3 เครื่องนี้เอาไว้ หนิงก็จ่ายกับร้านนั้นเลย ก็แสดงว่าเขาไม่มีเครื่อง กลายเป็นเขาเอาหนิงไปโพสต์แขวนว่าหนิงไปสั่งซื้อไอโฟนแล้วไม่จ่ายสตางค์

แล้วคือเราเป็นดาราเนอะ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าใครมาขอเราถ่ายรูปบ้าง เราก็จะเห็นเขามาอยู่ในก๊วนเพื่อนๆ รู้ว่าเป็นเพื่อนของเพื่อน เราก็ไม่ได้ถามเพื่อนว่าอะไรยังไง เขาเฟรนด์ลี่กับเรา เราก็เฟรนด์ลี่กับเขาแค่นั้นเอง แต่เมื่อปลายปีที่แล้วก็มีญาติหนิงเองที่โดนไปกับน้องคนนี้ เขาบอกว่ามันเป็นความผิดพลาดอะไรบางอย่าง แต่เขาเคลียร์ให้เลยทันทีเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้

ตอนนี้เรื่องดำเนินการไป บก.ปอท. แล้ว เพราะมันมีตั๋วคอนเสิร์ตแบล็กพิ้งค์ (Blackpink) อีก กลายเป็นว่าพอทุกคนรวมตัวไปแจ้งความ ก็มาเขียนแขวนโพสต์หาว่าหนิงมาทำลายชื่อเสียงเขา ทำลายธุรกิจเขา ซึ่งในคำสัมภาษณ์ของหนิงวันนั้นถ้าไปย้อนดูดีๆ หนิงตอบอย่างเซฟที่สุด และถ้าคำสัมภาษณ์นี้ไม่จริง เขาจะต้องมากราบขอโทษหนิง แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง หนิงต้องไปกราบขอโทษพ่อเขา ก็คือวันหนึ่งเขียนแบบนี้ อีกวันก็เขียนอีกแบบ หนิงก็เลยงงๆ ว่ายังไง

แต่ตอนนี้ผู้เสียหายทั้งหมดรวมอยู่ในกลุ่มไลน์ เขาก็พยายามที่จะช่วยเหลือกัน หนิงทำหน้าที่ได้แค่ว่าหนิงไม่ได้เกี่ยวข้อง และเป็นกระบอกเสียงบางอย่าง และต้องบอกว่าเรื่องนี้จะไม่ยุ่งเลยก็ได้ แต่มันมีคำพูดของผู้เสียหายด้วยว่า ‘พี่ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรหน่อยเหรอ’ คือมองสองมุมนะ ถ้าจะมองมุมบวก เราอาจจะพูดได้ว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรา คุณไปซื้อของเอง แต่อีกมุมหนึ่งเรามองว่าเมื่อเอาชื่อเราไปแอบอ้าง เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเราให้ชัดเจนว่าเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ถามว่าได้คุยกับเพื่อนเราไหม เพราะเขาก็มีรูปคู่กับดาราคนอื่น คือพอมันมีเรื่องขึ้นมา หนิงเป็นคนที่พูดกับน้องเขาว่าให้ลบรูปทุกรูปออกซะ ตอนแรกก็มีความดื้อไม่ลบ แต่หลังๆ หนิงว่ามีหลายคนก็โทรไป เขาก็ลบออกค่ะ ส่วนที่โปรไฟล์เขามีฐานะดี บ้านรวย คือในส่วนตรงนั้นหนิงขออนุญาตไม่ออกความคิดเห็นในส่วน แบ็กกราวนด์ เขาดีกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่มันเป็นข่าว หนิงเชื่อว่าคนที่อ่านข่าวคิดวิเคราะห์แยกแยะได้ถูก ฉะนั้นคือบางครั้งการซื้อของหรืออะไรก็อย่าคิดแค่ว่าเอาชื่อเราไปอ้างแล้วมันใช่ เพราะจริงๆ สุดท้ายแล้วความเป็นดาราหรือนักแสดงมันจะรับแทนทุกอย่างก็ไม่ใช่ หนิงทำได้ดีที่สุดแค่นี้

ส่วนสาเหตุเขาถึงเข้ามาอยู่ในกลุ่มเราได้ ก็เป็นเพื่อนของเพื่อนต่อมา ทุกคนคงฟีลเดียวกัน มันเป็นทอดๆ และส่วนใหญ่เวลามาก็จะเป็นงานโอเพ่น หรืองานวันเกิดที่เราก็ไม่ได้มีเพื่อนกลุ่มเดียว และบางคนเขาจัดทีเดียวและเชิญเพื่อนหลายๆ กลุ่ม ทุกคนก็ต่างมีความเกรงใจว่าเพื่อนของคนนั้นคนนี้ แต่สำหรับเรื่องนี้ ตัวหนิงเองจบแล้ว หนิงได้ชี้แจงไปแล้ว สิ่งที่หนิงทำได้คือเทคแคร์ความรู้สึกของผู้เสียหายบางคนที่เขายังรู้สึก คือมีคนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากเทคแคร์ความรู้สึกพวกเขา และเราพอจะช่วยได้ คือมีน้องที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย และเขาเสียเงินไป เขาเครียดจนถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย คือบางทีเรื่องอย่างนี้ไม่เกิดขึ้นกับใครเราไม่รู้หรอกว่ามันทรมานขนาดไหน และเขาบอกว่าการที่เขาต้องไปตามแล้วนัดว่าพรุ่งนี้ มะรืนนี้ แล้วไม่ได้เรื่อง หรือบางคนบอกขอเงินคืน ก็ต้องเซ็นเอกสาร ทำไมต้องเซ็นเอกสารล่ะ พอไม่ยอมเซ็นก็จะกลายเป็นว่าจะเอาเงินหรือจะเอาเครื่อง คุณเองนั่นแหละไม่จบ ทุกคนก็จะปั่นป่วนกันหมด

สำหรับเรื่องอาหารเสริมอะไรก็แล้วแต่ที่มีตัวหนิงเองเข้าไปเกี่ยวข้อง หน้าที่ของความเป็นดาราที่หนิงทำได้คือชี้แจงว่าเราไม่เกี่ยวข้องอะไร และหนิงก็ไปแจ้งความเอาไว้ทุกอย่างแล้วเช่นเดียวกัน และ ณ วันนี้เมื่อเรื่องมันยังไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ หนิงมีการยกเลิกการทำงานในส่วนของหนิงเลยทันที อันนี้ตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. ปีที่แล้ว ถามว่าทำไมเรื่องถึงเพิ่งมาเปิดเผย คืออันนี้หนิงไม่ทราบเลย เพราะตัวเลขจดแจ้งหรือใดๆ ก็คนละตัวกัน เท่าที่หนิงเข้าไปคุยกับทางบริษัทนะคะ และวันนี้สิ่งที่หนิงรับผิดชอบได้ดีที่สุดคือหนิงจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวใหม่หรือตัวเก่า

เขามีเอกสารให้เราดูชัดเจนทั้งหมดทุกอย่างแล้วค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว ส่วนความรู้สึกตอนนี้ สิ่งที่หนิงเสียใจมากที่สุดเพราะหนิงเองเป็นคนที่ทำธุรกิจเหมือนกัน อะไรก็แล้วแต่ที่เราส่งต่อให้กับคนที่เป็นผู้บริโภค ถ้าเขาเสียหายและเราคิดในทางกลับกันว่า ถ้าคนในครอบครัวเราเสียหายเหมือนกันเราจะรู้สึกยังไง อันนี้คือสิ่งที่หนิงห่วงมากๆ และคนที่รู้จักหนิงดีจะรู้เลยว่าหนิงมักจะแคร์กับคนที่เขาดีกับหนิงมากกว่า แต่หนิงก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปลอบใจตัวเองว่าอะไรๆ มันก็เกิดขึ้นกับหนิงเนอะปีนี้ เหมือนเหตุการณ์หนึ่งจบไป เหตุการณ์ใหม่ก็เข้ามา สุดท้ายก็ทำได้แค่ว่า ตั้งสติ ใจเย็น แก้ปัญหา ทุกปัญหาถ้าใจเย็นและแก้ปัญหามันก็จะมีทางออกที่ดี

ก็อยากบอกคนที่ให้กำลังใจหรือคนที่ยังเข้าใจผิดว่า ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ แต่ในส่วนของคนที่ยังไม่เข้าใจ หนิงอยากให้เวลาอ่านข่าว อ่านให้ละเอียดนิดนึง และวอนทุกๆ ท่านว่าอย่าพาดหัวให้ใครเข้าใจผิดเลย เพราะบางครั้งมันเป็นแค่พาดหัว แต่ในเนื้อข่าวรายละเอียดหลายๆ อย่าง หนิงเข้าใจว่าเดี๋ยวนี้มันต้องเรียกเอนเกจ (Engagement) กัน แต่พออ่านในรายละเอียดแล้วมันคนละเรื่องเลย ก็ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้าใจ แต่คนที่ไม่เข้าใจ เวลาเท่านั้น เพราะหนิงเจอเรื่องราวในชีวิตเยอะมากๆ หลายๆ เรื่องก็คือเวลาเท่านั้นที่จะบอกว่าอะไรที่ใช่และไม่ใช่”