เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่ประสบอุทกภัยได้ขยายวงกว้างในหลายพื้นที่ ชาวบ้านยังคงได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาดังกล่าว แม้ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาจะมีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
สำหรับปัจจุบัน สถานการณ์น้ำที่ สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 2,993 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.54 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.67 เมตร/รทก. และเขื่อนเจ้าพระยา มีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นวันที่ 2 ซึ่งทางกรมชลประทาน ได้มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในอัตรารวมกันอยู่ที่ 647 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายน้ำ

ขณะที่พื้นที่ อย่าง ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นชุมชนด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ห่างจากเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 3 กิโลเมตร ปัจจุบันมวลน้ำได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน รวมไปถึงพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ต้องขนย้ายนำสิ่งของมีค่าต่างๆ และอพยพขึ้นมาอาศัยยังที่พักชั่วคราวริมถนน ซึ่งการสัญจรชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร รถไม่สามารถเข้าออกพื้นที่ได้เนื่องจากมีปริมาณน้ำท่วมสูง

โดยนางบุญช่วย ดีบาง ชาวบ้านในพื้นที่ ม.1 ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไหลเข้าท่วมเมื่อช่วงตี1ที่ผ่านมา เนื่องจากคันกั้นที่บริเวณหน้าบ้านเกิดพัง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเทศบาลได้ประกาศให้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ ตนจึงรีบเร่งขนสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆขึ้นชั้น 2 ตัวบ้าน ก็จะเหลือแต่สิ่งของเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำที่ท่วมในพื้นที่สูงเกือบถึงคอ แต่สิ่งที่ลำบากสุดคือการสัญจรเข้าออกหมู่บ้านเพื่อมาส่งเด็กนักเรียนไปโรงเรียน ซึ่งบ้านของตนอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะพายเรือออกมาแต่ละครั้งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 นาที
ขณะที่ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท ได้รายงานตัวเลขพื้นที่ จ.ชัยนาท ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยแล้ว จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชัยนาท อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.สรรคบุรี และ อ.สรรพยา มีพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว 19 ตำบล 1เขตเทศบาล 63 หมู่บ้าน 10 ชุมชน รวมประชากรกว่า 5,439 ครัวเรือน ซึ่งทางจังหวัดชัยนาทได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งทำการช่วยเหลือและดูแลการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในเบื้องต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน



