วานนี้ (27 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีทางการอินโดนีเซียขับไล่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 3 คน ที่เดินทางมาเยือนเกาะบาหลีทันที หลังจากละเมิดเงื่อนไขวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวทั้งสามซึ่งมาจากประเทศอินเดีย สิงคโปร์ และจีน ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในขณะกำลังทำงานอยู่บนเกาะ โดยใช้เพียงใบอนุญาตวีซ่าสำหรับเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น

ชายชาวอินเดียและชาวสิงคโปร์ ซึ่งรายงานข่าวระบุเพียงชื่อย่อว่า “ARG” และ “RN” ตามลำดับ ถูกจับกุมขณะกำลังเปิดสอนคลาสโยคะที่วิลล่าแห่งหนึ่งในเขตบูเลเลง โดยมีรายงานว่าทั้งคู่ทำงานเป็นครูสอนโยคะ นอกจากนี้ยังพบว่า ชายสัญชาติจีน ซึ่งระบุเพียงชื่อย่อว่า “ST” กำลังทำงานเกี่ยวกับติดตั้งเครื่องจักรการผลิตที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตคารังอาเซม ทางตะวันออกของบาหลี พร้อมทั้งเป็นผู้ฝึกอบรมพนักงานของบริษัทเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องจักรดังกล่าวอีกด้วย


นักท่องเที่ยวชายชาวอินเดียวัย 48 ปี และนักท่องเที่ยวชายชาวจีนวัย 34 ปี เดินทางเข้ามาโดยใช้วีซ่าประเภทตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ในขณะที่นักท่องเที่ยวชายชาวสิงคโปร์วัย 44 ปี เดินทางเข้ามาภายใต้สิทธิการยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว 

ขณะนี้นักท่องเที่ยวทั้งสามถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางแล้ว ตามระเบียบปฏิบัติของกฎหมายคนเข้าเมืองของประเทศอินโดนีเซีย
อานัก อากุง กเด คูซูมา ปุตรา หัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิงหราชากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ใบอนุญาตพำนักเหล่านี้ไม่สามารถนำไปใช้ในการทำงานหรือทำกิจกรรมที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของวีซ่าได้ ชาวต่างชาติทุกคนในอินโดนีเซียจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านคนเข้าเมืองที่บังคับใช้ เราจะเพิ่มการเข้มงวดในการกำกับดูแลชาวต่างชาติต่อไป เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอย่างจริงจัง”

นอกจากนี้ ชาวต่างชาติทั้งสามคนยังถูกจดชื่อไว้ในบัญชีดำ ห้ามเดินทางเข้าประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจนักท่องเที่ยว โดยเว็บไซต์สมาร์ต ทราเวลเลอร์ ได้ระบุเตือนว่า “กรุณาตรวจสอบให้มั่นใจว่าคุณเข้าใจเงื่อนไขวีซ่า รวมถึงข้อกำหนดในการเดินทางเข้าและออกจากประเทศ และต้องแน่ใจว่าคุณถือวีซ่าที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับการเดินทาง การทำงาน การทำการวิจัย หรือการทำกิจกรรมอาสาสมัครถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากคุณถือวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งรวมไปถึงการสร้างหรือโพสต์เนื้อหาบนช่องทางออนไลน์เพื่อรับเงินหรือเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า”

คำเตือนนี้ครอบคลุมถึงเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่พยายามสร้างรายได้ระหว่างการท่องเที่ยว เนื่องจากอินโดนีเซียกำลังเร่งปราบปรามชาวต่างชาติที่แอบทำงานโดยใช้วีซ่าผิดประเภทอย่างหนัก 

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อินโดนีเซียได้ออกกฎระเบียบวีซ่าฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่าผู้ใดก็ตามที่โพสต์เนื้อหาบนโซเชียลมีเดียเพื่อรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนเมื่อเดินทางมายังอินโดนีเซีย จะต้องมั่นใจว่าตนเองมีวีซ่าทำงานก่อนเดินทางเข้าประเทศ ผู้ใดที่ละเมิดเงื่อนไขวีซ่าท่องเที่ยว อาจถูกปรับ เนรเทศ หรือแม้กระทั่งถูกห้ามเดินทางเข้าประเทศอินโดนีเซียตลอดชีวิต

ในขณะเดียวกัน นายปุตราได้เรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่และสาธารณชนช่วยกันแจ้งเบาะแสต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซีย หากสงสัยว่ามีชาวต่างชาติกำลังละเมิดเงื่อนไขวีซ่า

ทางด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียได้เคยระบุไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมว่า “กฎหมายคนเข้าเมืองของอินโดนีเซียกำหนดให้ชาวต่างชาติต้องใช้วีซ่าและใบอนุญาตพำนักให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น การทำกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวีซ่าที่ได้รับ อาจส่งผลให้ถูกลงโทษตามกฎหมาย”

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES