เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และที่ปรึกษากรมการแพทย์ เป็นประธาน เปิดการประชุมถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ เครื่องมือ/คู่มือ ของระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI และกระดูกสะโพก (Hip fracture) ใน 3 จังหวัดพื้นที่เป้าหมาย โดยมี รศ.(พิเศษ) นพ.สถิตย์ นิรมิตมหาปัญญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดประชุม และนายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะเจ้าภาพกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมกรุงศรี ริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รศ.(พิเศษ) นพ.สถิตย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ จัดการประชุมในวันนี้ เพื่อมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ และเครื่องมือ/คู่มือ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนไปสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อสำหรับผู้สูงอายุในกลุ่มเสี่ยงภาวะวิกฤตสุขภาพที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) ใน 3 จังหวัดพื้นที่ มีพระนครศรีอยุธยา นครปฐม และนครสวรรค์ เป้าหมายการเข้าร่วมประชุมในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูง อาทิ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 4 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทั้ง 3 สาขา รวมทั้งสิ้น 200 ท่านซึ่งจะได้รับความรู้จากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันเฉพาะทางของกรมการแพทย์ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในขณะที่ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นวาระสำคัญระดับชาติ เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และการรับมือกับภาวะวิกฤตเฉียบพลันในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke), โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (STEMI), และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) เป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเป็นระบบและไร้รอยต่อการประชุมในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการและประธานศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางจากกรมการแพทย์ เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์จากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับจังหวัดระดับโรงพยาบาล และระดับชุมชน (อสม.รพ.สต. EMS) จะได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และระดมความคิดเห็น ผ่านการแบ่งกลุ่มย่อยเชิงปฏิบัติการ (Service Plan) เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางปฏิบัติและเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับชุมชนสู่โรงพยาบาลปลายทาง จะสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง และเกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของผู้สูงอายุใน 3 จังหวัดเป้าหมาย



